เมื่อการค้าโลกไม่เคยสงบนิ่ง การเปลี่ยนแปลงเพียงเสี้ยววินาทีใน “อัตราภาษีนำเข้า” จากประเทศมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา ก็เพียงพอจะสะเทือนห่วงโซ่อุปทานทั้งโลก

.

1 สิงหาคม 2025 สหรัฐฯ เตรียมบังคับใช้ อัตราภาษีนำเข้าใหม่กับ 14 ประเทศ โดยเลื่อนจากวันที่ประกาศเดิมคือ 9 กรกฎาคม โดยโครงสร้างภาษีใหม่นี้อิงมาตรการ 3 ส่วนหลัก ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและข้อควรระวังของนักค้าและนักลงทุน:

.

1. มาตรา 232: ภาษีเพื่อความมั่นคงของชาติ

สินค้าเชิงกลยุทธ์ เช่น เหล็ก อลูมิเนียม รถยนต์ และชิ้นส่วนรถยนต์ จะถูกจัดเก็บภาษีตาม “Sectoral Tariff” ไม่รวมในกลุ่มภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ซึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังชูโล่ป้องกันอุตสาหกรรมภายในประเทศแบบเฉพาะกิจ

.

2. สินค้าไม่เข้าเงื่อนไขถิ่นกำเนิด (ROOs) แม้จะอยู่ใน USMCA ก็ไม่รอด!

แม้ แคนาดาและเม็กซิโก จะได้รับการยกเว้นตามข้อตกลงเขตการค้าเสรี USMCA แต่หากสินค้านำเข้า “ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขแหล่งกำเนิดสินค้า” จะยังคงโดนภาษีสูงถึง 25% ตามประกาศก่อนหน้า ซึ่งเป็นการตีกรอบให้ผู้ผลิตในอเมริกาเหนือหันกลับมาใช้วัตถุดิบในภูมิภาคมากขึ้น

.

3. โอกาสเจรจายังเปิดอยู่

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยให้ข้อมูลว่า อัตราภาษีเหล่านี้ “อาจมีการปรับเปลี่ยนได้” ตามผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับแต่ละประเทศ ซึ่งยังคงอยู่ในระหว่างการหารือ

.

บทเรียนสำคัญจากปรากฏการณ์นี้คือ — โลกการค้าไม่ใช่เวทีของราคาถูกที่สุดอีกต่อไป แต่คือเวทีของ “ที่มาที่ไป” และ “ความชัดเจนของต้นทาง”

ผู้ประกอบการไทยที่มีสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐฯ จึงควรเร่งตรวจสอบโครงสร้าง Supply Chain ของตน เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงภาษีที่อาจเกิดขึ้น