ทุกวันนี้เราใช้ไฟฟ้ามากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแอร์ ชาร์จแบตมือถือ ทำอาหารด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่การทำงานจากที่บ้านตลอดทั้งวัน แน่นอนว่าค่าไฟ ก็เพิ่มสูงขึ้นตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่รู้ไหมว่าเรามีทางเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว แถมยังดีต่อโลกอีกด้วย นั่นคือการติดตั้ง Solar Cell หรือแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองจากแสงแดด เชื่อว่า หลายๆ คนคงเคยเห็นแผงสีดำที่ติดตั้งไว้บนหลังคาของหลายๆ สถานที่ และอาจเห็นรีวิวถึงข้อดีการใช้ Solar Cell จนสนใจอยากลองซื้อมาติดตั้งบ้าง แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี บทความนี้ Ewave ขอชวนทุกคนลองมาเริ่มด้วยการทำความรู้จัก Solar Cell ให้มากขึ้น หลักการทำงาน จุดเด่น และประเภทของ Solar Cell รวมถึงข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้เราเลือกใช้พลังงานสะอาดอย่างมั่นใจ ตามไปดูกัน! 

Solar Cell คืออะไร แล้วทำงานยังไง?

Solar Cell หรือ เซลล์แสงอาทิตย์ คืออุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยใช้หลักการทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า Photovoltaic Effect กล่าวง่ายๆ คือ เมื่อแสงตกกระทบบนเซลล์ที่ทำจากวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ เช่น ซิลิคอน จะทำให้อิเล็กตรอนเคลื่อนที่และเกิดกระแสไฟฟ้า

ระบบโซลาร์เซลล์ในปัจจุบันสามารถทำงานได้ทั้งแบบผลิตเพื่อใช้งานโดยตรง เก็บพลังงานไว้ในแบตเตอรี่ หรือส่งไฟคืนเข้าระบบการไฟฟ้า ซึ่งเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับทั้งบ้านและธุรกิจในเรื่องของการจัดการพลังงาน

ทำไมคนยุคนี้ถึงหันมาใช้ Solar Cell มากขึ้น?

เหตุผลหลักๆ ที่ Solar Cell ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือ ความคุ้มค่าทั้งในแง่เศรษฐกิจและความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในยุคที่ราคาพลังงานทั่วโลกผันผวนสูง การมีระบบผลิตไฟฟ้าใช้เองจึงกลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ โดยการติดตั้ง Solar Cell นั้นช่วยควบคุมค่าไฟได้จริง โดยเฉพาะในบ้านที่ใช้ไฟมาก เช่น เปิดแอร์ตลอดวัน หรือธุรกิจที่มีการใช้งานไฟฟ้าต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน ค่าไฟที่เคยสูงถึงหลักพันบาทต่อเดือน อาจลดเหลือเพียงหลักร้อย ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ลดการสร้างมลพิษ และสนับสนุนพลังงานสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ในด้านอายุการใช้งาน แผงโซลาร์เซลล์ยังมีอายุการใช้งานยาวนาน 20–25 ปี แถมดูแลรักษาได้ง่าย ไม่มีเสียงรบกวน และไม่ต้องคอยเติมเชื้อเพลิง หรือเปลี่ยนอะไหล่บ่อยๆ นั่นทำให้เราประหยัดค่าซ่อมบำรุงลงไปด้วย แถมยังตอบโจทย์กับบ้านหรือธุรกิจที่ต้องการความเงียบ ไร้เสียงรบกวน 

ระบบโซลาร์เซลล์แบบไหนที่ตอบโจทย์เรามากที่สุด? 

การเลือกระบบที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ไฟของเราจะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุน โดยระบบหลักในปัจจุบันมี 3 ประเภท ได้แก่

On-Grid System (เชื่อมต่อการไฟฟ้า)

ระบบนี้เชื่อมต่อกับโครงข่ายของการไฟฟ้าโดยตรง เมื่อผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าที่ใช้ ระบบจะส่งไฟส่วนเกินกลับเข้าระบบ (Net Metering) เพื่อลดค่าไฟ เหมาะกับบ้านในเมืองหรือชุมชนที่ใช้ไฟฟ้าสูง และไม่ต้องการลงทุนในแบตเตอรี่

Off-Grid System (ไม่เชื่อมการไฟฟ้า)

ระบบอิสระที่ใช้แบตเตอรี่เก็บพลังงานจากแสงอาทิตย์ เหมาะสำหรับพื้นที่ห่างไกล ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง เช่น บ้านสวน ฟาร์ม หรือรีสอร์ทกลางธรรมชาติ

Hybrid System (ผสมผสาน)

ระบบที่ผสานการเชื่อมต่อกับไฟฟ้าภายนอกและมีแบตเตอรี่เก็บสำรองในตัว ใช้งานได้แม้ไฟดับ เหมาะกับผู้ที่ต้องการความมั่นคงสูงและไม่อยากเสี่ยงกับไฟฟ้าขัดข้อง

ติดตั้ง Solar Cell ต้องขออนุญาตไหม

อีกหนึ่งสิงที่ต้องรู้ไว้ก่อนเลือกติดตั้ง Solar Cell คือ ‘การขออนุญาตตามกฎหมาย’  หากเราเลือกใช้ ระบบ On-Grid ที่เชื่อมกับการไฟฟ้า จำเป็นต้องขออนุญาตจากการไฟฟ้าในพื้นที่ และมีวิศวกรไฟฟ้าที่ได้รับใบอนุญาตออกแบบระบบอย่างถูกต้อง ส่วนระบบ Off-Grid ที่ไม่เชื่อมต่อกับโครงข่ายหลักมักไม่ต้องขออนุญาต แต่ก็ควรติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด

Solar Cell แผงไฟสีดำบนหลังคาที่เราเห็นกันทุกวันนี้ นับเป็นพลังงานสะอาดที่ผ่านการออกแบบด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่ช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่าย มีพลังงานใช้ต่อเนื่อง ทั้งยังได้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษ์โลก ช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง ลดการเกิดมลภาวะอันเป็นสาเหตุทำให้โลกร้อน สำหรับใครที่สนใจอยากติดตั้ง Solar Cell ไว้ใช้เองที่บ้าน กำลังมองหาผู้ช่วยติดตั้ง Solar Cell by Ewave เราพร้อมให้คำปรึกษาและวางระบบที่เหมาะกับทั้งบ้านและธุรกิจ โทรสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 098-824-5188