บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการใส่ใจ สิ่งแวดล้อม และพื้นที่สีเขียวในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย ประกาศโมเดลจัดการพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ในโครงการอย่างยั่งยืน แสนสิริ ทรี สตอรี่Sansiri Tree Story’ ที่ยึดถือมากว่า 35 ปี เพื่อสร้างคุณค่าของต้นไม้ให้ใกล้ชิดกับผู้อยู่อาศัยและเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตผ่าน 4 กระบวนการใส่ใจต้นไม้ “เก็บ เลือก ปลูก รักษา” มั่นใจเป็นฟันเฟืองหนึ่งในการขับเคลื่อน Sansiri Green Mission สู่การผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อสังคมสีเขียวอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต

 

 

          นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า Sansiri Tree Story เป็นแนวทางการจัดการพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ในโครงการที่อยู่อาศัย จากการเห็นคุณค่าความสำคัญด้าน สิ่งแวดล้อม ใส่ใจมองให้ลึกลงไปถึงคุณค่าของต้นไม้ที่มีต่อชุมชน อันมีผลต่อความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคม นอกจากนั้น ต้นไม้ยังมีคุณค่าต่อจิตใจที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์มาโดยตลอด เราจึงอยากส่งต่อคุณค่านี้แก่ลูกบ้านและต่อยอดสู่สังคมอย่างยั่งยืน

          “กว่า 35 ปีที่เราใช้หลักการออกแบบพื้นที่สีเขียวและจัดการต้นไม้อย่างเห็นคุณค่า ใส่ใจในรายละเอียดของต้นไม้ ที่ไม่ใช่แค่เพียงสิ่งที่มองเห็นจากภายนอก มาเป็นแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคงความยั่งยืนให้กับ สิ่งแวดล้อม ของที่อยู่อาศัย ในอันที่จะเพิ่มคุณค่าให้แก่โครงการทั้งในมิติด้านมูลค่าโครงการ มิติด้านคุณค่าทางใจของผู้อยู่อาศัย และมิติของการส่งต่อคุณค่าของต้นไม้ที่ยั่งยืนแก่ชุมชน สังคมและสภาพแวดล้อม”

          “เชื่อว่าวันนี้สิ่งที่เราได้เริ่มต้นมากว่า 35 ปี กำลังผลิดอกออกผล กลายมาเป็นมาตรฐานการจัดการพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ทั้งนี้ แสนสิริยินดีอย่างมากที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆ เริ่มที่จะหันมาเก็บรักษาต้นไม้เช่นกัน” นายอุทัย กล่าวเสริม

 

 

          แสนสิริใช้หลักการจัดการต้นไม้ ในแบบ Eco-Planting ทั้งในโครงการแนวสูงและแนวราบ ตั้งแต่การวางตำแหน่งต้นไม้เพื่อความปลอดภัย การดูแลสุขภาพของต้นไม้ที่เชื่อมโยงต่อสุขภาพคน รวมไปถึงการนำแนวคิดต้นไม้บำบัดมาใช้ในการออกแบบพื้นที่สีเขียว ทั้งการปลูกให้ได้ร่มเงา การปลูกไม้กรองฝุ่น ดูดซับสารพิษ การบำบัดด้วยไม้กลิ่นหอม และเรื่องของความงามสุนทรียภาพที่มีต่อพื้นที่ เช่นการคัดเลือกพันธุ์ไม้ที่ให้สีสันในแต่ละฤดูกาล ที่รวมเป็นเรื่องราวต้นไม้ของแสนสิริ - Sansiri Tree Story  ที่สร้างคุณค่าในความเป็นอยู่ให้กับทุกชีวิตของลูกบ้านตลอดไป

          โดยมี 4 กระบวนการใส่ใจต้นไม้ที่แสนสิริยึดถือมาตลอดระยะเวลา 35 ปีนับแต่การก่อตั้งบริษัท คือ “เก็บ เลือก ปลูก รักษา” อันได้แก่ การเก็บต้นไม้เดิมเพิ่มมูลค่า เก็บรักษาต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่เดิม ให้คงอยู่ในพื้นที่โครงการ เพื่อส่งต่อคุณค่าให้กับลูกบ้านและชุมชน, การเลือกชนิด ขนาด ตำแหน่ง ตามความเหมาะสม เลือกชนิดพันธุ์ไม้ ความเหมาะสมของพื้นที่ และประโยชน์ของพันธุ์ไม้ต่อลูกบ้าน เพื่อเพิ่มพื้นทีสีเขียวให้ลูกบ้านได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุด รวมถึงเน้นการเลือกต้นไม้จากป่าปลูก ตั้งแต่ยังเป็นต้นเล็ก เพื่อให้เติบโตอย่างแข็งแรงยั่งยืนไปพร้อมกับโครงการและลูกบ้าน , การปลูกถูกต้องตามหลักการเพื่อความยั่งยืน เราใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ การวางตำแหน่ง คำนวณระยะห่าง และการค้ำยันต้นไม้, และการรักษาและใส่ใจอย่างยั่งยืน การดูแลให้ต้นไม้สวยงามเป็นคุณค่าคู่โครงการตลอดไป ด้วยการถ่ายทอดความรู้ แนวทางการดูแลอย่างยั่งยืน จากรุกขกรและส่งต่อคู่มือดูแลต้นไม้ให้ทางนิติบุคคล รวมถึงคู่มือดูแลต้นไม้ให้ลูกบ้านผ่าน Home Service Application และจัดสัมมนากับมหาวิทยาลัยเพื่อส่งต่อความรู้ให้ชุมชนต่อไป เพราะการรักษาต้นไม้ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นเรื่องของทุกคนที่จะต้องช่วยกันเพื่อให้คุณค่าของต้นไม้อยู่คู่กับเราตลอดไป

 

 

          นางจริยา จันทร์เจิดศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “แนวทางการออกแบบภูมิสถาปัตย์ของแสนสิริ คือ ‘เราออกแบบคุณค่า’ เชื่อมโยงให้ต้นไม้อยู่กับคนและคนอยู่กับต้นไม้ได้อย่างเห็นคุณค่า การจะปลูกต้นไม้ให้ยั่งยืนเริ่มที่การปลูกต้นไม้ในใจ เมื่อมีต้นไม้ในใจ เราจะเห็นคุณค่าของต้นไม้ที่มากกว่าลักษณะทางกายภาพ เช่นการเก็บต้นไม้เก่า ซึ่งวางเป็น 2 แนวทางคือการคงต้นไม้อยู่ที่เดิม และการย้ายตำแหน่ง โดยเราเริ่มจากลงพื้นที่ประเมินคุณค่าของต้นไม้ ปัญหาในอนาคตหากตัดสินใจเก็บรักษา ประเมินค่าใช้จ่ายทั้งด้านการรักษาต้นไม้ และมูลค่าของการใช้ประโยชน์ของที่ดิน จนถึงการวางแผนการดูแลต้นไม้ระหว่างก่อสร้างหากตัดสินใจเก็บต้นไม้ไว้ในตำแหน่งเดิม เริ่มตั้งแต่สำรวจราก การป้องกันระบบราก ไปจนถึงการพักต้นไม้ เป็นต้น ซึ่งเรามีรุกขกรเป็นที่ปรึกษาตลอดทุกขั้นตอน

 

 

          “ในด้านการออกแบบภูมิสถาปัตย์ ตำแหน่งที่อยู่ของต้นไม้เก่า เป็นความท้าทายให้เกิดการดีไซน์ เช่นที่ เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ เราตัดสินใจเก็บต้นไม้อายุกว่า 50 ปีไว้ทั้งหมด 5 ต้นภายในสวนส่วนกลางที่มีพื้นที่กว่า 1,000 ตร.ม.ใจกลางทองหล่อ เช่นเดียวกับที่ เวีย โบทานี ที่เราออกแบบอาคารให้โอบล้อมต้นจามจุรีอายุกว่า 80 ปี ให้เป็นความร่มรื่นและแลนด์มาร์กของโครงการ”  นางจริยากล่าวเสริม

 

 

          นอกเหนือจากการเก็บต้นไม้เก่า เรายังเน้นการใช้ต้นไม้จากเนอสเซอรี่ โดยมีการออกแบบจัดสวนเพื่อผสมผสานต้นไม้เก่าและต้นไม้ใหม่ ทั้งนี้ การดูแลรักษาให้สภาพสวนและต้นไม้ให้ดูสมบูรณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน แสนสิริยังจัดอบรมถ่ายทอดความรู้ ทำคู่มือดูแลต้นไม้จากรุกขกรมืออาชีพสู่นิติบุคคล เพื่อรักษาคุณค่าของสภาพแวดล้อมในโครงการให้ยั่งยืน รวมไปถึงเพิ่มฟีเจอร์บริการให้ข้อมูลเทคนิคเคล็ดลับการดูแลต้นไม้บน Home Service Application ช่วยลูกบ้านคงความงามของต้นไม้ในสวน

 

          ด้วยความตระหนักในมลภาวะสิ่งแวดล้อมระดับโลกในปัจจุบัน แสนสิริจึงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง จนเกิดเป็นวิสัยทัศน์ Sansiri Green Mission ที่ประกอบไปด้วย 4 พันธกิจหลักที่ผสมผสานนวัตกรรมสีเขียวตลอดวงจรธุรกิจและปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมสอดรับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อสังคมอนาคต

          “แสนสิริเชื่อมั่นว่าภายใน 3 ปี Sansiri Green Mission จะเป็นกุญแจขับเคลื่อนการสร้างเมืองแห่งอนาคตที่มีความยั่งยืน นำมาซึ่งจุดเปลี่ยนในการให้ความสำคัญของสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยดังที่ Sansiri Tree Story เรื่องราวต้นไม้ของแสนสิริ ได้เป็นต้นแบบให้กับการจัดการต้นไม้ในโครงการที่อยู่อาศัยวันนี้เพื่อส่งต่อคุณค่านี้ให้กับชุมชนและสังคมต่อไป” นายอุทัยสรุป

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.sansiri.com