บริษัท เกษร พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์และลักซ์ชัวรี่ชั้นนำของประเทศไทย ขยายแผนการพัฒนาและดำเนินธุรกิจโครงการอสังหาริมทรัพย์สุดหรู บนทำเลสำคัญของมหานคร ล่าสุดเปิดโครงการ “TELA Thonglor – เทลล่า ทองหล่อ” คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ ลักซ์ชัวรี่ แลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางทองหล่อ มูลค่าโครงการกว่า 4,100 ล้านบาท ในการออกแบบดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งาน พร้อมตอกย้ำความสำคัญในการใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิด “Canvas of Life” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพักอาศัยและไลฟ์สไตล์อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ราคาเริ่มต้นที่ 35-107 ลบ.หรือคิดเป็น 300,000 บาทต่อตารางเมตร โดยบริษัทฯ มั่นใจสามารถปิดการขายปี 2559 ด้วยยอดขายกว่า 75%

คุณฟ้าฟื้น เต็มบุญเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกษร พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ด้วยความสำเร็จ ในการดำเนินธุรกิจและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ผ่านมา ทั้งโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ “โดมัส สุขุมวิท ซอย 16 และซอย 18” และโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ระดับไฮเอนด์ “โหมด สุขุมวิท 61” นับเป็นการการันตีคุณภาพถึง ความมุ่งมั่นและใส่ใจในรายละเอียดของบริษัทฯ ที่พิถีพิถันสร้างสรรค์ประสบการณ์รูปแบบการใช้ชีวิตอย่างมีเอกลักษณ์ ภายใต้ดีเอ็นเอ “DNA” ของบริษัทฯ “Refined Quality Living” ซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนทำเลทองที่สามารถเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์เข้ากับคอมมูนิตี้ได้อย่างลงตัว ล่าสุดบริษัทฯ ดำเนินการก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ “TELA Thonglor – เทลล่า ทองหล่อ” มูลค่าโครงการกว่า 4,100 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นโครงการสำคัญที่สร้างบนแลนด์มาร์กแห่งอนาคตใจกลางย่านทองหล่อ ทั้งยังเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงสำหรับการอยู่อาศัย เพราะสามารถเชื่อมต่อไปยังร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่งอำนวยความสะดวก ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์”

โครงการ “TELA Thonglor – เทลล่า ทองหล่อ” ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าซอยทองหล่อ 13 สูง 32 ชั้น ดำเนินการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Canvas of life” ที่ต้องการให้ลูกค้าสามารถสร้างสรรค์จิตรกรรมแห่งชีวิต เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ในการพักอาศัยและไลฟ์สไตล์อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีเพียง 84 ยูนิต บนพื้นที่ 1 ไร่ 3 งาน 63 ตารางวา แบ่งเป็นห้องชุดเพียง 4 รูปแบบ อันได้แก่ ขนาด 2-Bedroom “Tela Sienna และ Tela Amber” บนความกว้างขวางของพื้นที่ใช้สอยถึง 111 ตารางเมตร จำนวนเพียง 40 ยูนิต และซิกเนเจอร์ยูนิตของโครงการฯ คือ ห้องชุดขนาด 3-Bedroom “Tela Legacy Suite A & B” บนพื้นที่ใช้สอยขนาด 201-202 ตารางเมตร จำนวน 40 ยูนิต ตลอดจนห้องชุดขนาด 3-Bedroom Duplex หรือ “Signature Suite” มีเพียง 2 ยูนิต ซึ่งปัจจุบันลูกค้าจองซื้อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีพื้นที่ใช้สอยสูงถึง 230 ตารางเมตร และสุดท้ายกับห้องชุด 3 Plus 1 Bedroom Duplex หรือ “Sky Duplex Suite” ซึ่งมีเพียง 2 ยูนิต เท่านั้น โดยมอบพื้นที่ใช้สอยสูงถึง 338 ตารางเมตร ทั้งนี้ ทางโครงการฯ ได้มุ่งเน้นการสื่อสาร เพื่อเจาะกลุ่มครอบครัวระดับลักซ์ชัวรี่ที่ใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ในรูปแบบเฉพาะตัว เน้นตอบสนองการอยู่อาศัยที่รักการใช้ชีวิตในเมือง และให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว

คุณเฟิม หงสนันทน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เกษร พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “สำหรับเทลล่า ทองหล่อ ผู้อยู่อาศัยจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่แตกต่าง และเป็นเอกลักษณ์ของบริษัท พร้อมนำเสนอ ความหรูหราเหนือระดับ ทั้งพื้นที่ใช้สอย และความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตลอดจนการเลือกสรรวัสดุที่มีคุณภาพ ด้วยงานออกแบบของดีไซน์เนอร์ และการวางพื้นที่เพื่อตอบสนองประสบการณ์ Refined Quality Lifestyle ที่เชื่อมโยงเรื่องราวของศิลปะพร้อมสอดแทรกความงดงามในบริเวณส่วนกลาง และภายนอกของโครงการ อาทิ การดีไซน์ “Façade” ให้เกิดมิติมุมมองของแสงที่ตกกระทบผิววัสดุภายนอก ตลอดจนการใช้แสงไฟเพื่อสร้างประสบการณ์ความแตกต่างของตัวอาคารตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน รวมถึง “Greenery Wall” ความเขียวชอุ่มบนกำแพง ตลอดตัวอาคารด้านล่าง สอดคล้องกับการออกแบบด้านภูมิทัศน์ “Landscape” ที่มอบความร่มรื่นด้วยพื้นที่สีเขียว ภายในโครงการ พร้อมมอบสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อผู้อยู่อาศัยโดยเฉพาะ อาทิ “Lapis Deck” สระว่ายน้ำระบบเกลือความยาวรวม 25 เมตรสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ “Pulse Fitness and Pause Spa” ฟิตเนสที่ครบครันด้วย เครื่องออกกำลังกายอันล้ำสมัย พร้อมพื้นที่สปาและบิวตี้ซาลอนส่วนตัว “84 Saletta” (Residential club) ห้องฟังก์ชั่นรูมที่รองรับให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้ามาใช้บริการจัดเลี้ยงหรือสังสรรค์ได้ตามโอกาส”

สำหรับการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุด ได้นำเสนอความโดดเด่นผ่าน “Gaysorn Residential Services (GRS) บริษัทบริหารและจัดการอาคารชุด” เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มลูกค้าที่ซื้อและพักอาศัยภายในโครงการ ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ 1) การสร้างคุณค่าในการบริการ “Value Services” เน้นเรื่องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการช่วยเหลือในด้านต่างๆ 2) “Best Practice Facility Management” การบริหารจัดการทรัพย์สินและเครื่องจักรส่วนกลาง มุ่งเน้นการวางแผนพัฒนาและจัดสรรงบประมาณล่วงหน้าในการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรและการดูแลทรัพย์สินส่วนกลางต่างๆ พร้อมทั้งระบบประเมินผล การทำงาน และสุดท้าย 3) การดูแลคุณภาพการบริการ “Quality Assurance” โดยมีทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าจากบริษัทฯ เป็นที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการนิติบุคคลและฝ่ายจัดการนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ในงานบริการลูกค้า และการบริหารทรัพย์สินภายใต้มาตรฐานความใส่ใจในแบบ “Refined Quality Living” อันเป็นหนึ่งในดีเอ็นเอ “DNA” หัวใจสำคัญของบริษัทฯ

ขอบคุณข้อมูลจาก : เกษร พร็อพเพอร์ตี้