สำนัก งานสลากฯชี้เศรษฐกิจทรุด-การเมืองวุ่น ทำคนไทยหวังรวยทางลัด ซื้อหวยใต้ดิน-ตบเท้าเสี่ยงโชคบ่อนประเทศเพื่อนบ้านพุ่ง หาทางแก้เกมดึงเงินกลับเข้ารัฐ โยนไอเดีย "หวยขูด" คาดดึงรายได้ขึ้นบนดินถึง 4 หมื่นล้านบาทต่อปี พร้อมเร่งจัดซื้อเครื่องออกรางวัลใหม่ภายใน มิ.ย.นี้ พล.ต.ต. อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ปีนี้คนไทยมีแนวโน้มที่จะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล และซื้อหวยใต้ดินมากขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศที่กำลังชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ปัญหาการว่างงานที่มีสูงขึ้น ราคาสินค้าภาคเกษตรที่จะปรับตัวลดลง อีกทั้งภาคธุรกิจต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองรุมเร้า ทำให้คนระดับกลาง-ระดับล่างหันมาเสี่ยงโชค เพื่อหวังที่จะร่ำรวยทางลัดกันมากขึ้น ซึ่งสำนักงานสลากฯอยู่ระหว่างรวบรวมตัวเลขไตรมาสแรกปี 2557 ให้ชัดเจนโดยปัจจุบันสลากกินแบ่งรัฐบาลและสลากการกุศล มียอดจำหน่ายรวมกันงวดละ 72 ล้านฉบับ แบ่งเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล 50 ล้านฉบับ สลากการกุศล 22 ล้านฉบับ มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท หวยใต้ดินมีเงินสะพัด 100,000 ล้านบาท แนวโน้มอัตราการเติบโตสูง ในภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ที่จะเสี่ยงโชคสูง นอกจากนี้ยังพบว่าประชาชนในภาคใต้ที่ติดกับชายแดนไทย-มาเลเซีย เริ่มแห่เข้าไปเล่นเกมเสี่ยงโชคของมาเลเซียมากขึ้น ขณะเดียวกัน ประชาชนชายแดนไทย-สปป.ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์ ก็เริ่มเข้าไปเสี่ยงโชคยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นโดยหากสภาพเศรษฐกิจยัง ชะลอตัวยาวจะยิ่งทำให้คนไทยหันไปเสี่ยงโชคในอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งขณะนี้สำนักงานสลากฯกำลังรวบรวมข้อมูลการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่รองรับตลาด โต เพื่อดึงรายได้เข้ารัฐบาล และดึงส่วนแบ่งตลาดมาจากหวยใต้ดินให้ได้มากที่สุด ล่าสุดกำลังเตรียม ผลักดันสลากขูดให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาว่าสามารถดำเนินการออกผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้ขัดต่อพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 ซึ่งมองว่าหากเพิ่มผลิตภัณฑ์สลากขูด จะช่วยแก้ปัญหาลอตเตอรี่เกินราคา และยังต่อสู้กับปัญหาหวยใต้ดิน รวมทั้งจะนำส่งคลังได้ปีละกว่า 40,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 40% ของเงินที่หมุนเวียนในระบบหวยใต้ดินที่มีปีละกว่า 100,000 ล้านบาท สำหรับ การจัดซื้อเครื่องออกรางวัลใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลไอเอสโอ5001 ขณะนี้คณะกรรมการสลากได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการเร่งศึกษาและวางแผนจัดซื้อ เครื่องออกสลากแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นระบบลมและลูกบอลที่มีมาตรฐานตรวจสอบได้จากประเทศ ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเครื่องที่ประเทศในภาคพื้นเอเชียใช้ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น โดยคาดว่าจะใช้เครื่องทั้งหมด 8 เครื่อง แบ่งเป็น เครื่องออกรางวัลหลัก 6 เครื่อง และสำรองไว้ 2 เครื่อง ซึ่งราคาจะอยู่ที่เครื่องละ 3 ล้านบาท ทั้งนี้จะทราบความชัดเจนได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์