ค้นหาข่าว

ชาวต่างชาติอาศัยอยู่ย่านไหนในกรุงเทพฯ

26/02/2015 อ่าน 48,803 คน

ขนาดตัวอักษร:

กรุงเทพมหานครยังคงเป็นเมืองที่เป็นที่นิยมสำหรับชาวต่างชาติอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเข้ามาท่องเที่ยว พักผ่อน โดยเฉพาะในใจกลางเมือง แหล่งศูนย์กลางธุรกิจอันสำคัญของกรุงเทพฯ ย่อมมีชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาทำงานในไทย และพักอาศัยอยู่ในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก บ้างก็เช่าที่อยู่อาศัยชั่วคราว บ้างก็เข้ามาอยู่แบบถาวร แต่ลักษณะการอยู่อาศัยของของชาวต่างชาตินั้นมักจะอยู่กันรวมกันเป็นพื้นที่ เช่น ย่านนานาส่วนใหญ่จะเป็นแขก หรือหากเป็นย่านสาทรก็จะเป็นชาวยุโรป เน้นกลุ่มชาวต่างชาติที่รายได้สูง เพราะค่าเช่าในย่านนี้จะแพงกว่าย่านอื่นๆ โดยแต่ละพื้นที่ก็แสดงถึงเอกลักษณ์ และวิถีชีวิตของคนในชนชาตินั้นๆออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งไม่เพียงแต่เข้ามาพำนักอาศัยเพียงชั่วคราวเท่านั้น บ้างก็มาใช้ชีวิตหลังเกษียณในประเทศไทย ซึ่งจากผลการสำรวจของ HSBC พบว่าประเทศไทยเหมาะเป็นที่อยู่สำหรับชาวต่างชาติหลังเกษียณอายุมากที่สุด

TerraBKK Researh จึงทำการสำรวจพื้นที่ในกรุงเทพฯว่าในย่านไหนเป็นพื้นที่ของชาติใดบ้าง ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 6 พื้นที่หลักๆได้ดังนี้

1. สุขุมวิทซอย 3-23 (ย่านนานา)

นับเป็นย่านสำคัญที่ชาวต่างชาติเยอะเป็นอันดับต้นๆของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ “ชาวตะวันออกกลาง” เป็นย่านที่สะดวกสบายด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ล้อมรอบด้วยถนนสายสำคัญอย่างถนนวิทยุ ถนนเพชรบุรี และถนนอโศกมนตรี อีกสถานที่สำคัญที่ดึงดูดในชาวตะวันออกกลางให้มาอยู่อาศัยในย่านนี้คือ การเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ หนึ่งในโรงพยาบาลที่มีชาวต่างชาติมาใช้บริการมากที่สุด โดยเฉพาะชาวตะวันออกกลางที่นิยมมาใช้บริการที่นี่เป็นพิเศษ นอกจากนี้ในย่านนี้ยังมีกลิ่นอายของความเป็นแขกอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร โดยชาวตะวันออกกลางได้เข้ามาอยู่อาศัยในบริเวณนี้มากว่า 40 ปี เริ่มตั้งรกราก เปิดเป็นร้านขายผ้า ร้านตัดเสื้อ และร้านค้าอื่นๆที่มีป้ายเป็นภาษาอาหรับ ทำให้ปัจจุบันย่านนี้กลายเป็นแหล่งรวมชาวตะวันออกกลางไปแล้ว

สำหรับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุด ที่ให้บริการชาวต่างชาติได้มากถึง 520,000 รายต่อปี จาก 190 ประเทศทั่วโลก โดยมี 5 ชนชาติที่สร้างรายได้ให้แก่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มากที่สุดคือ พม่า รองลงมาคือชาวอาหรับ, โอมาน, อเมริกัน และ แคมโบเดีย ตามลำดับ (ที่มา: Bamrungrad International Hospital Analyst Meeting 4/2014)

nana

2. สุขุมวิทซอย 21-เอกมัย

ย่านที่อยู่อาศัยสำคัญของ “ชาวญี่ปุ่น” ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศของชาวแดนอาทิตย์อุทัย นับเป็นแหล่งรวมชาวญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร ที่เป็นที่ตั้งของ “เจแปนนิส ทาวน์” ที่รวมร้านอาหารและร้านค้าสำหรับชาวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก อีกทั้งย่านนี้ยังเป็นแหล่งของ Community Mall สำหรับชาวญี่ปุ่น เช่น K Village, Rain hill, A square เป็นต้น และมีแม้กระทั่ง Fuji Super ซูเปอร์มาร์เกตที่เอาใจคนญี่ปุ่นโดยเฉพาะ นอกจากนี้ภายในซอยสุขุมวิทช่วงนี้เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านนวดและร้านอาหารสำหรับญี่ปุ่น และถัดออกมาที่เอกมัยก็มีศูนย์การค้าที่สร้างขึ้นมาภายในตีมของญี่ปุ่นอย่าง “Gateway เอกมัย” เรียกได้ว่าย่านนี้มีร้านค้าและสินค้าที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจงเพื่อมาขายชาวญี่ปุ่น ซึ่งทั้งหมดก็เป็นสินค้าระดับ Hi-end

Japan

Case Study 18 : คอนโด “สุขุมวิท” ห่านทองคำของท่านเศรษฐี “กลยุทธ์ห่านทองคำ เปรียบเสมือนเราเป็นเจ้าของฟาร์ม โดยห่านที่อยู่ในฟาร์มสามารถออกไข่ทองคำให้กับผู้เลี้ยงได้ตลอด ห่านทองคำก็เปรียบเสมือนสินทรัพย์ (Asset) เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้น ที่มีศักยภาพในการเติบโตสามารถออกผลผลิตเป็นเงินหรือผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ (ไข่ทองคำ)

Mega Project : The District EM อีกหนึ่งเมกะโปรเจคบนทำเลสุขุมวิท อีกครั้งกับการเพิ่มมูลค่าที่ดินในทำเล “สุขุมวิท” กับการเปิดตัวโครงการ “The District EM” ของกลุ่ม “เดอะมอลล์ กรุ๊ป” นำทีมบริหารโดย “ศุภลักษณ์ อัมพุช – คุณแอ๊ว” ซึ่งประกอบไปด้วยโครงการ The Emporium, The EmQuartier, The EmSphere รวมเนื้อที่ 650,000 ตร.ม. มูลค่าทั้งโครงการเฉพาะศูนย์การค้ากว่า 20,000 ล้านบาท กับการสร้างย่านแห่งใหม่ให้เป็น “Iconic District of Retail, Business, Office, Residential and Entertainment”

3. สุขุมวิท 12 (โคเรียน ทาวน์)

ชุมชนชอง “ชาวเกาหลี” ที่เพิ่งเริ่มเปลี่ยนมาเป็น “โคเรียน ทาวน์ (Korean Town)” ไม่ได้นานนัก ย่านนี้อาจจะไม่โดดเด่นเท่ากับชุมชนของชาวต่างชาติในย่านอื่นๆเพราะส่วนใหญ่ชาวเกาหลีเข้ามาในประเทศไทยเพื่อท่องเที่ยว ดังนั้นชาวเกาหลีจึงมักกระจายตัวอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆมากกว่าอยู่ในเมือง แต่ก็มีชาวเกาหลีจำนวนไม่น้อยพำนักอาศัยอยู่ในช่วงสุขุมวิทตอนต้น ทำให้เกิดการรวมตัวกันทางชนชาติ คิดทำธุรกิจร้านค้าสำหรับชาวเกาหลีโดยเฉพาะ เกิดเป็นศูนย์รวมคนเกาหลีที่เต็มไปด้วยสินค้าของชาวเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายสินค้าต่างๆ ตามมาด้วยร้านเกี่ยวกับสุขภาพและไลฟ์ สไตล์อื่นๆ เช่น ซาวน่าและสปา ร้านตัดผม คาราโอเกะ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี และซุปเปอร์มาร์เก็ต สังเกตว่า ภายในศูนย์การค้านี้ร้านรวงทุกแห่งล้วนติดป้ายเป็นภาษาเกาหลี คือ มุ่งให้บริการกับลูกค้าชาวเกาหลีในกรุงเทพฯ เป็นหลัก (รวมถึงคนไทยที่ชื่นชอบวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของเกาหลี)

korean

4. เยาวราช

และที่พลาดไม่ได้เลยคือย่านเยาวราชหรือไชน่า ทาวน์ แหล่งรวม “ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน” เป็นจำนวนมาก จัดว่าเป็นย่านธุรกิจการค้าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ที่เต็มไปด้วยร้านค้า และร้านทองเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่ถูกประดับประดาไปด้วยโคมไฟจีน และป้ายร้านรวงที่เขียนเป็นภาษาจีน ชาวจีนหลายรายตั้งรกรากในเยาวราช ทำมาค้าขายในย่านนี้จนร่ำรวย เศรษฐีชั้นนำในเมืองไทยหลายรายก็เติบโตมากับย่านนี้ อย่างตำนานของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์หรือ CP ที่เริ่มต้นธุรกิจค้าเมล็ดพันธุ์ในนาม เจียไต๋จึง ก่อนที่จะขยายกิจการ เป็นธุรกิจการค้า ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศไทยในปัจจุบัน

china-town

5. รัชดาภิเษก

เป็นอีกหนึ่งทำเลที่มหาอำนาจอย่าง “จีน” เริ่มรุกเข้ามาลงทุนในทำเลนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แม้ทำเลนี้ยังไม่มีร่องรอยของวัฒนธรรมชาวจีนเท่าไหร่นัก เนื่องจากการขยายตัวของศูนย์กลางธุรกิจมายังรัชดาภิเษกเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน และจีนรุกลงทุนในย่านรัชดา-พระราม9 มากขึ้น โดยการกว้านซื้อห้องชุดย่านรัชดาเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ชาวจีนที่เดินทางมาทำงานในไทยได้พักอาศัยใกล้กับแหล่งธุรกิจ และยังใกล้กับสถานทูตจีน อีกทั้งในปี 2555 ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวธนาคารแห่งประเทศจีนเพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างไทยจีน

china

รัชดาภิเษก - ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ ที่มีความเป็นไปได้สูง ทำเลที่น่าจับตามองอีกแห่งหนึ่งนอกจากย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) คงต้องยกให้ย่านรัชดาภิเษกที่ถูกมองว่ากำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) ซึ่งมาจากปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งปัญหาในเรื่องของราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นจนไม่สามารถทำกำไรจากการก่อสร้างอาคารสำนักงานให้คุ้มทุนได้ภายในระยะเวลา 10 ปี ผู้ประกอบการอาคารสำนักงานก็ต้องเริ่มมองหาทำเลแห่งใหม่ที่มีศักยภาพพอที่จะพัฒนาหรือขยับขยายโครงการออกมาจาก CBD ซึ่งทำเลที่มีศักยภาพก็หนีไม่พ้นทำเลรัชดา-พระราม 9

6. หมู่บ้านนิชดาธานี

นับเป็นหมู่บ้านที่เหมาะสำหรับ “ชาวอเมริกัน” อย่างแท้จริง ด้วยความเป็น International Community ที่สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการรองรับชาวต่างชาติโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือร้านค้าในบริเวณโครงการ ที่พนักงานในร้านพูดภาษาอังกฤษทั้งหมด พร้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติที่แพงที่สุดในประเทศไทยอย่าง International School Bangkok (ISB) และศูนย์โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ภายในโครงการ เพื่อรองรับชาวต่างชาติโดยเฉพาะ รวมถึงลักษณะการอยู่อาศัยและกฎระเบียบที่เหมือนต่างประเทศ ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้เป็นแหล่งรวมชาวต่างชาติที่มีกำลังจ่ายสูงและเข้ามาอยู่ในประเทศไทยกันเป็นครอบครัว

american

N_150226429

จากสถิติของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทยในปี 2557  ทั้งที่เข้ามาเป็นนักลงทุน หรือเข้ามาเพื่อทำงานในประเทศไทยชั่วคราว มีทั้งสิ้น 77,601 ตำแหน่ง และจากประเทศอื่นๆอีก 6,049 ตำแหน่ง รวมเป็น 83,650 ตำแหน่ง (จากการเข้ามาทำงานประเภททั่วไปและประเภทส่งเสริมการลงทุน) พบว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีคนเข้ามาทำงานมากที่สุดเป็นอันดับ 1  โดยส่วนใหญ่เข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายหรืออยู่ในส่วนวิศวกร ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

expat

ที่มา : สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว

และนี่จะเป็นโอกาสของนักลงทุนที่สนใจจะลงทุนปล่อยเช่าคอนโดฯในโซนกลางเมือง เพื่อจับตลาดลูกค้าต่างชาติ TerraBKK Research จึงสำรวจคอนโดมิเนียมที่อยู่ใกล้สถานี BTS ในรัศมี 300 เมตร เพื่อวิเคราะห์ค่าเช่าของคอนโดมิเนียมในแต่ละสถานี ดังนี้

Condo_Rent_BTS

เอกสารการขอได้มาซึ่งที่ดินหรือห้องชุดของคนต่างชาติ การได้มาซึ่งที่ดินหรือห้องชุดของคนต่างชาติโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งการได้มาแต่ละประเภทก็จะมีกฎหมายแต่ละฉบับวางหลักเกณฑ์ไว้ อาทิ ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497, พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรทราบไว้ รวมทั้งคนไทยที่มีคู่สมรมเป็นชาวต่างชาติ การได้มาการได้มาซึ่งที่ดินหรือห้องชุดก็มีกฎหมายวางหลักเกณฑ์ไว้เช่นกัน

อ่านเพิ่มเติมจาก Recommended

แสดงความคิดเห็น
ติดตามข่าวด่วน บทความอสังหาฯ การลงทุนบน Facebook คลิ๊กที่นี่

Recommended


Close
answer to get prize answer to get prize