ค้นหาข่าว

กองทุน "จ่ายปันผล" ภาพลวงตาความเสี่ยงที่ไม่ชอบเสี่ยง

IG google plus
FONT SIZE:

 

หลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนให้ความสนใจซื้อ "กองทุนตราสารทุน" อย่างล้นหลาม จนส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักลงทุนกลุ่มนี้มีความหวังที่จะได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอตามที่กองทุนเขียน "นโยบาย" แต่ในความเป็นจริงแล้วการจ่ายเงินกลับไม่เกิดขึ้น ทั้งที่กองทุนมีกำไร

 

ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะอะไร ? ข้อมูลของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) เปิดเผยว่า มูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ของกองทุนตราสารทุนไทย (ข้อมูล ณ 25 ธ.ค. 2557) มีอัตราการขยายตัวขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 1.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 6 ปีก่อนหน้า (นับจากสิ้นปี 2551) ที่มีอยู่ 4.2 หมื่นล้านบาท หรือสูงขึ้นราว 328.57% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์ที่กองทุนเข้าไปลงทุน รวมถึงมาจากเม็ดเงินลงทุนใหม่ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ลงทุนในกองทุนตราสารทุนทั่วไปสามารถคาดหวังผลตอบแทนได้2 ลักษณะ ได้แก่ ผลตอบแทนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหน่วยลงทุน (NAV) ซึ่งนักลงทุนจะได้กำไรจากการขาย (Capital Gain) และผลตอบแทนที่มาจากการจ่ายเงินปันผลของกองทุน ซึ่งเลือกได้จากการพิจารณา "นโยบายการจ่ายเงินปันผล" ของกองทุนนั้น

 

ช่องโหว่กองทุนเมินจ่ายปันผล "กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ" นักวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากการประเมินข้อมูลของมอร์นิ่งสตาร์ฯพบว่า ปัจจุบัน (25 ธ.ค. 2557) กองทุนรวมหุ้นไทยมีจำนวน 140 กองทุน ซึ่งในจำนวนนี้แบ่งเป็นกองทุนที่ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล 63 กองทุน ส่วนที่เหลือ 77 กองทุน แม้จะมีนโยบายจ่ายเงินปันผล แต่พบว่ามี 18 กองทุน หรือประมาณ 23% ไม่จ่ายเงินปันผล ทั้งที่ผลตอบแทนเป็นบวก "สถานการณ์ปี 2557 ต่างจากปีก่อนหน้าที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงในช่วงท้ายปี จนทำให้ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนกองทุนติดลบกว่า 3% ซึ่งในลักษณะนี้หากจะไม่จ่ายก็เป็นที่เข้าใจได้" อย่างไรก็ตามจากการสังเกตพบว่า ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลจากรูปแบบการกำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผล ที่กองทุนส่วนใหญ่มักระบุว่า "จ่ายไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี" หรือ "จ่ายเมื่อมีกำไร" เป็นต้น ดังนั้นจึงทำให้แม้จะไม่มีการจ่ายเงินปันผลก็ไม่ถือว่าผิดหลักเกณฑ์ แตกต่างจากการเขียนนโยบายจ่ายเงินปันผลของกองทุนในต่างประเทศที่จะระบุอย่างชัดเจน เช่น "จะจ่ายเงินปันผลทุกไตรมาส" เป็นต้น

 

ค่ายไทยพาณิชย์มองต่างมุม "สมิทธ์ พนมยงค์" กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ตามปกติแล้ว บลจ.จะมีหลักเกณฑ์จ่ายเงินปันผลที่ชัดเจน โดยจะพิจารณาจากกำไร และรายได้เป็นปัจจัยหลักในการจ่ายเงินปันผล ดังนั้นหากผลประกอบการติดลบ ก็อาจเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กองทุนไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ นอกจากนี้ สาเหตุที่ทำให้กองทุนหุ้นไทยบางกองไม่จ่ายเงินปันผล อาจจะเกิดขึ้นจากความคิดของ บลจ.บางแห่งที่มองว่า การจ่ายเงินปันผลจะทำให้นักลงทุนต้องเสียภาษีเงินปันผล (Dividend Tax) อัตรา 10% ของมูลค่าการจ่ายเงินปันผล ดังนั้นจึงพยายามที่จะรักษาผลประโยชน์ของนักลงทุนไว้ให้มากที่สุดด้วยการไม่จ่ายเงินปันผลออกมา "ก่อนหน้านี้เราก็เคยมีประเด็นการไม่จ่ายเงินปันผลออกมาเหมือนกันแต่ในท้ายที่สุด เราก็เลือกที่จะทำตามความต้องการของนักลงทุน โดยทำตามนโยบายที่วางไว้ ดังนั้นเมื่อมีผลตอบแทนที่เป็นบวก หรือมีกำไรสะสม เราก็จะจ่ายปันผลออกมาให้นักลงทุน"

 

ก.ล.ต.ย้ำไร้เกณฑ์บีบจ่ายปันผล ขณะที่ "ธวัชชัย พิทยโสภณ" ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า สำหรับกองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. ไม่ได้หมายความว่าจะต้องจ่ายเงินปันผลเสมอ เพราะในบางครั้งอาจประสบปัญหาที่ทำให้กองทุนไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ ทั้งนี้ ตามเกณฑ์ของ ก.ล.ต.ระบุว่า การจะจ่ายเงินปันผลได้ต้องไม่ทำให้กองทุนรวมมีผลขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีที่มีการจ่ายเงินปันผลนั้นโดยเฉพาะกองทุนที่ไม่มีกำไรสะสมและไม่มีกำไรสุทธิ จะมีการกำหนดไว้อย่าชัดเจนว่าไม่ต้องจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วย เนื่องจากการลงทุนในกองทุนที่มีนโยบาย"จ่ายเงินปันผล" อาจไม่ได้หมายความว่า กองทุนนั้นต้องจ่ายเงินปันผลออกมา ดังนั้นหากนักลงทุนรักที่จะลดความเสี่ยงด้วยการลงทุนในกองทุนประเภทนี้ก็ควรศึกษาให้รอบคอบ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มเติมได้ที่ : www.TerraBKK.com

Facebook : TerraBKK Facebook

Google+ : TerraBKK Google+

Twitter : TerraBKK Twitter

แสดงความคิดเห็น
ติดตามข่าวด่วน บทความอสังหาฯ การลงทุนบน Facebook คลิ๊กที่นี่

Recommended


Close