การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ขอพูดแทนประชาชนภาคใต้ 9.4 ล้านคน เพื่อทวงความเป็นธรรมที่ได้เสียโอกาสในการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานมาตั้งแต่ปี 2544

ขอ “มอเตอร์เวย์สายใต้”

ในงบประมาณปี 2564 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ที่มีงบประมาณทั้งสิ้น 109,023 ล้านบาท และมีงบประมาณในก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางใหญ่-กาญจนบุรี และสายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ระยะทางรวมประมาณ 309 กม. ยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับชาวภาคใต้ เพราะถือเป็นภาคเดียวของประเทศที่ยังไม่มีมอเตอร์เวย์ ทั้งๆ ที่ประเทศมาเลเซียก่อสร้างมอเตอร์เวย์แล้วเสร็จและมาจ่อที่ด่านพรมแดนสะเดานานแล้ว

ไม่มีทางเลือกการเดินทาง

ทำให้ขณะนี้การสัญจรไปภาคใต้มีเพียง ถ.เพชรเกษมเท่านั้นที่ใช้สัญจรลงใต้ หาก ถ.เพชรเกษมประสบปัญหาชำรุด หรือได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ จะทำให้ประชาชนไม่เหลือทางเลือกในการเดินทางลงไปในพื้นที่ภาคใต้เลย ดังนั้น หากเป็นไปได้ รัฐบาลจึงควรจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งสำหรับก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใต้บ้าง

ถ้าหากทำมอเตอร์เวย์ไม่ได้  ก็ทำถนนชุมชนเลียบทางรถไฟ (Local Road) ต่อถึง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส แทนก็ได้ โดยให้เลียบไปกับเส้นทางรถไฟสายใต้สองข้างทางห่างกันประมาณ 40 เมตร และหากดูงบประมาณการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวงจะพบว่าในปี 2562 ได้รับจัดสรร 24,000 ล้านบาท ปี 2563 ได้รับจัดสรร 12,000 ล้านบาท และในปี 2564 ขอรับงบส่วนนี้ที่ 11,000 ล้านบาท จึงคาดหวังในปี 2565 จะมีการเพิ่มงบส่วนนี้อีก 10,000 ล้านบาท เพื่อทำมอเตอร์เวย์ให้คนภาคใต้บ้าง

ติง “ทางหลวง” งบซ่อมเยอะไป

“เมื่อสแกนงบของกรมทางหลวง จะพบว่างบในส่วนของการซ่อมบำรุงมีมากถึง 55.8% คิดเป็นเงิน 13,900 ล้านบาท จึงอยากให้เพิ่มเติมลงไปในส่วนของการก่อสร้างเส้นทางใหม่ๆ ในภาคใต้ด้วย เพราะยังด้อยมากเรื่องถนนหนทาง จึงอยากฝากนายกฯ ให้กำชับดูแลการก่อส้างโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้ด้วย ทั้งๆ ที่เราเสียภาษีไม่น้อยกว่าภาคอื่น”

ขอเร่ง “ทางคู่สายใต้”

นอกจากนี้ เรื่องการพัฒนาระบบรถไฟ ซึ่งเป็นอีก 1 โหมดการเดินทางที่คนใต้ใช้เยอะที่สุด แต่ในการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ยังพบว่าล่าช้ากว่าโครงการอื่น โดยเฉพาะการขอให้ก่อสร้างสถานีรถไฟ จ.นครศรีธรมราช ที่มีการผลักดันกันมาตั้งแต่ปี 2512 จนบัดนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงอยากกวดขันให้รัฐบาลช่วย

”บิ๊กตู่” ลั่นดูแลทุกภาค-รื้อแผนขนส่งใหม่

ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงว่า รัฐบาลดูแลประชาชนทุกภาคทุกจังหวัด แต่การพัฒนาจะต้องดูฐานข้อมูลของแต่ละจังหวัดว่าจะพัฒนาไปในทางไหนและอย่างไร และจะนำไปบรรจุในแผนยุทธศาสตร์ชาติ

ในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ ตนเห็นใจและสั่งการกระทรวงคมนาคมศึกษาเรื่องนี้แล้ว ว่า ระยะแรกจะต่อเส้นทางไหนได้บ้างให้เกิดการหมุนเวียนหรือลดระยะทางลงไปได้บ้าง จากนั้นจึงทำเส้นทางก็ต้องศึกษาในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ขอให้สบายใจได้ สั่งการให้กระทรวงคมนาคมรับเรื่องนี้แล้ว ทั้งนี้ หากมีการทำมอเตอร์เวย์ก็เน้นย้ำว่ารูปแบบลงทุนควรเป็น PPP (เอกชนร่วมลงทุน) เพื่อให้รัฐลงทุนน้อยหน่อย และเป็นช่องทางที่ทำให้โครงการต่างๆเกิดได้เร็วขึ้น

“เราได้พัฒนาพื้นที่ภาคใต้มากกว่าช่วงที่ผ่านมา เพราะเราเห็นใจคนภาคใต้ อย่างที่จ.ตรัง ผมก็ให้งบพัฒนาสนามบินที่นั่นแล้ว เพราะท่านประธาน (ชวน หลีกภัย) ก็เป็นห่วง แต่ที่ผมอนุมัติให้ไม่ใช่เพราะท่านมาขอส่วนตัว ผมไม่มีให้อยู่แล้ว แต่ต้องฟังจากการเห็นชอบร่วมกันของหลายภาคส่วน แล้วทั้งหมดจะบรรจุในแผนยุทธศาสตร์พัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งของเรา”

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า มีแผนจะเปลี่ยนแปลงการขนส่งทั้งประเทศ ในระยะต่อไปกระทรวงคมนาคมกำลังศึกษาทำแผนการก่อสร้างถนนสายใหม่เชื่อมระหว่างตะวันตออก-ตะวันตก และเหนือ-ใต้ของประเทศ ซึ่งจะต้องไม่ทับกับเส้นทางเดิมที่มี แต่จะต้องศึกษาก่อน เพราะถ้าทำแบบเดิม การกระจายความเจริญไปสู่ชุมชน แหล่งเศรษฐกิจใหม่ เมืองใหม่ ก็จะไม่เกิด

”ศักดิ์สยาม” ชี้ภาคใต้มีมอเตอร์เวย์ 2 สาย

ขณะที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวชี้แจงว่า การพัฒนามอเตอร์เวย์ในพื้นที่ภาคใต้ได้มีการดำเนินการไว้แล้ว มี 2 โครงการที่เตรียมไว้ คือ มอเตอร์เวย์ช่วงนครปฐม – ชะอำ ระยะทาง 109 กม. วงเงิน 79,006 ล้านบาท และช่วงหาดใหญ่ – ชายแดนไทย-มาเลเซีย ระยะทาง 71 กม. วงเงิน 40,620 ล้านบาท

นครปฐม-ชะอำ รอ EIA

สถานะปัจจุบันของมอเตอร์เวย์นครปฐม – ชะอำ คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (บอร์ด PPP) ได้เห็นชอบรูปแบบลงทุนแล้ว ส่วนการสำรวจที่ดินเพื่อกำหนดขอบเขตการเวนคืนก็ได้ดำเนนการเสร็จแล้วเช่นกัน อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเดิมมีการศึกษาตั้งแต่ปี 2555 แต่เนื่องจากติดขัดเรื่องการเวนคืนทำให้ต้องมีการทบทวนรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม( EIA) โดยส่งให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (สผ.) เรียบร้อยแล้ว

EIA ”สายหาดใหญ่” จ่อเข้าคณะ ”บิ๊กป้อม”

ส่วนสถานะของมอเตอร์เวย์หาดใหญ่ – ชายแดนไทย-มาเลเซีย ออกแบบรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว และรายงาน EIA ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผล กระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) แล้ว อยู่ระหว่างรอบรรจุวาระให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีพิจารณา ส่วนรูปแบบการลงทุน PPP ก็ศึกษาเสร็จแล้ว

เผยงบซ่อมทางหลวงใต้ 3 ปีพุ่ง 4.9 พันล้าน

อีกประเด็นคือ การซ่อมบำรุงทางหลวงในพื้นที่พบว่าระหว่างปี 2561-2564 ภาคใต้ได้รับการจัดงบประมาณในส่วนนี้เป็นอันดับ 3 ต่อจากภาคกลางและภาคอีสาน โดยได้รับการจัดสรรงบถึง 4,519 ล้านบาท

โดยเส้นทางถนนที่เดินทางไปสู่ภาคใต้มี 3 สายทางหลัก ได้แก่ 1.ถ.เพชรเกษม (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4) 2.ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 สายสี่แยกปฐมพร–พัทลุง และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 สายคลองแงะ–จุดผ่านแดนถาวรสุไหงโก-ลกพบว่า มีงบประมาณลงไปตั้งแต่ปี 2558 รวมแล้ว 7,055.91 ล้านบาท ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี

โดยปีงบประมาณ 2563 ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 14,059 ล้านบาท และในปี 2564 ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ 16,808 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้ เป็นการขอดำเนินการเพื่อให้พื้นผิวถนนเรียบและประชาชนได้รับความสะดวกในการใช้งาน โดยทั้ง 3 สายทาง เมื่อแยกงบประมาณที่ใช้ตั้งแต่ปี 2561 -2564 ได้แก่ 1.ถ.เพชรเกษม 2,901 ล้านบาท 2.ทางหลวงหมายเลข 41ได้รับ 974 ล้านบาท และทางหลวงหมายเลข 42 ได้รับ 689 ล้านบาท

ซึ่งการซ่อมบำรุงพบว่า สามารถประเมินความเรียบของถนนจากการทดสอบหลังซ่อมเสร็จได้เกินเกณฑ์มาตรฐาน 87% ทุกเส้นทาง แต่ยอมรับว่ายังมีบางช่วงที่ยังทำไม่เรียบร้อย จึงดำเนินการจัดสรรงบประมาณลงไปดำเนินการให้ จากข้อมูลดังกล่าวจึงยืนยันได้ว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งพี่น้องประชาชนภาคใดๆ เลย

SOURCE :www.prachachat.net