“พลาสมา” จากเลือดของผู้ที่หายป่วยโควิด-19 นำมาช่วยรักษาผู้ป่วยอาการรุนแรงได้ นับเป็นอีกหนึ่งในแนวทางรักษา-รับมือกับโรคระบาดร้ายแรงในขณะนี้

 

     รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกขณะนี้ การรักษาผู้ป่วยยังต้องพึ่งพาการให้ยารักษาตามอาการของผู้ป่วย และการผลิตวัคซีนยังอยู่ในกระบวนการพัฒนาและวิจัยอย่างเร่งด่วน

“แต่ยังมีวิธีการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่สามารถทำได้ทันทีอีกวิธีหนึ่งคือ การนำพลาสมาจากผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่หายแล้วนำไปใช้รักษาผู้ป่วยอาการรุนแรงได้”

ดังนั้น ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ทำหน้าที่ในการรับบริจาคพลาสมาเพื่อรักษาผู้ป่วยด้วยโรคต่าง ๆ อยู่แล้ว จึงขอรับบริจาคพลาสมาจากผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่หายดีแล้ว เพื่อนำไปช่วยรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ต่อไป  โดยผู้ประสงค์จะบริจาคพลาสมาต้องเป็นผู้ป่วยที่หายดี ไม่มีอาการ ออกจากโรงพยาบาล และกักตัวที่บ้านครบ 14 วันแล้ว จึงจะสามารถมาบริจาคพลาสมาได้ หากมีผู้ที่บริจาคพลาสมาพิเศษนี้จำนวนเพิ่มมากขึ้น จะช่วยให้ผู้ป่วยในประเทศได้มีโอกาสการรักษาและรอดชีวิตจากโรคโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

 

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “พลาสมา” ของผู้ที่หายจากโรคโควิด-19 จะมีประโยชน์อย่างมากในการใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากผู้ป่วยเปรียบเสมือนเป็นเซรุ่มใช้รักษาโรคได้  โดยภูมิต้านทานต่อไวรัสโควิด-19 ที่ร่างกายสร้างขึ้น ส่วนใหญ่จะสร้างขึ้นสูงหลังสัปดาห์ที่ 2 ถึงสัปดาห์ที่ 4 จะช่วยยับยั้งไวรัสโควิด-19 ไม่ให้เข้าไปทำลายเซลล์ปอดจนทำให้ปอดอักเสบรุนแรง และแพร่กระจายสร้างความเสียหายไปทั่วร่างกาย ช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตได้เพิ่มขึ้น

ซึ่งจากผลการศึกษาการใช้พลาสมารักษาผู้ป่วยในเมืองเซี่ยงไฮ้และเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน พบว่ามีรายงานผลการรักษาชัดเจนว่าพลาสมาของผู้ป่วยที่หายดีแล้วสามารถนำมารักษาผู้ป่วยและให้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (US-FDA) ก็อนุญาตให้ใช้พลาสมาของผู้ป่วยโควิด-19 ที่หายแล้วมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในสถานการณ์ฉุกเฉินขณะนี้

“สภากาชาดไทยจึงขอเชิญชวนผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 กลับมาช่วยบริจาคพลาสมา ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับผู้ป่วย โดยท่านจะเป็นฮีโร่ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยที่ต้องทนทุกข์ทรมานหายจากโรคโควิด-19 เพราะพลาสมาของท่านเสมือนเป็นยาวิเศษ มีคุณค่าอย่างมหาศาล และไม่สามารถหาได้จากที่ไหน ต้องได้มาจากผู้ป่วยที่ติดเชื้อและหายแล้วสร้างขึ้นมาเองได้เท่านั้น ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ โทร 0-2263-9600-99”

 

 

ทำไม “คนเอเชีย” ตายจากโควิด-19 น้อยกว่าคนยุโรป-สหรัฐ

        คำถามนี้หลายคนอาจจะเกิดข้อสงสัย ทำให้เมื่อวันที่ 6 เมษายน  2563 นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาล รพ.วิชัยยุทธ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไว้อย่างน่าสนใจว่า โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า

 “ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เป็นตัวเลขที่น่าเชื่อถือกว่าทุกตัวเลข บ่งถึงปัญหาความรวดเร็วของการแพร่ระบาด และความรุนแรงของโรคในแต่ละประเทศ น่าเชื่อถือมากกว่ายอดจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด แต่ตัวเลขของผู้เสียชีวิตจะขึ้นตามหลังยอดจำนวนผู้ป่วยประมาณ 1 เดือน

ดูตัวเลขของผู้เสียชีวิตในประเทศอิตาลีสูงที่สุดในโลก 15,000 คน ประเทศสเปน 12,000 คน สหรัฐอเมริกา 8,400 คน สูงกว่าประเทศในเอเซีย เช่น จีน 3,300 คน เกาหลีใต้ 183 คน ญี่ปุ่น 77 คน ไทย 23 คน

นักวิทยาศาสตร์พยายามหาเหตุผล ทำไมคนเอเชียถึงได้ป่วยและตายน้อยกว่าคนในประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกา ความแตกต่างอันหนึ่งคือ เด็กทุกคนในเอเซียเกือบทุกประเทศ ได้รับวัคซีนป้องกันวัณโรค BCG ตั้งแต่แรกเกิด ต่างจากประเทศอิตาลี ประเทศอื่นๆ ในยุโรป และสหรัฐอเมริกา ที่ไม่ให้วัคซีนนี้ นักวิจัยในประเทศเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และออสเตรเลียกำลังเริ่มทดลองให้วัคซีน BCG ในกลุ่มเสี่ยง คนสูงอายุ และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 วัคซีน BCG เป็นวัคซีนสำหรับป้องกันวัณโรคมีใช้มา 99 ปีแล้ว

นอกจากเรื่องวัคซีน BCG แล้ว สาเหตุความแตกต่างของอัตราตายระหว่างคนในเอเชียกับคนในยุโรปและสหรัฐอเมริกา อาจเป็นจากความแตกต่างทางกรรมพันธุ์ของคน หรือความแตกต่างของสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในแต่ละประเทศ คือ เชื้อดุร้ายต่างกัน ประเทศจีนให้ความสำคัญในการสกัดกั้นการนำเชื้อไวรัสจากต่างประเทศเข้าจีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดใหญ่รอบที่ 2 ประเทศไทยมีคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศมาก สูงสุดจากยุโรป

ประเทศไทยรับเชื้อโควิด-19 ระยะแรกจากคนเดินทางมาจากประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มีผู้เสียชีวิตเพียง 1 คน เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ แต่หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในสนามมวยลุมพินี วันที่ 6 มี.ค.จาก Super spreader รับเชื้อจากคนในครอบครัวกลับจากประเทศอิตาลี เชื่อว่าเชื้อโควิด-19 จากประเทศอิตาลีดุร้ายกว่าเชื้อในเอเซีย จำนวนคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีคนเสียชีวิต 23 ราย อย่างน้อย 5 ราย เกี่ยวข้องกับสนามมวย อีก 5 ราย เดินทางกลับจากต่างประเทศ อังกฤษ มาเลเซีย ปากีสถาน

มีคนตั้งคำถามว่า ทำไมอัตราการเสียชีวิตของคนไทยจากโรคโควิด-19 (จำนวนผู้เสียชีวิต/จำนวนผู้ติดเชื้อที่รายงาน) ถึงได้ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ เพียงแค่ 0.97% ประเทศไทยไม่ได้บิดเบือนตัวเลข ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ตัวเลขผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นตามหลังจำนวนผู้ติดเชื้อประมาณ 1 เดือน อัตราการเสียชีวิตของไทยจะเพิ่มสูงกว่านี้อย่างแน่นอนในระยะเวลาอันใกล้”

 

Cr: prachachat