นายแอเมอร์ บิแซท ผู้อำนวยการแบล็กร็อค บริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เผยว่า เศรษฐกิจของทั้งโลกอาจติดลบมากถึง 11% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2020 และสูญเสียผลผลิตทางเศรษฐกิจรวมเป็นมูลค่าสูงถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์ จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

         โดยการหดตัวของเศรษฐกิจโลกครั้งนี้เลวร้ายกว่าที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2008 ซึ่งเกิดวิกฤตหนี้ขึ้นทั่วโลก และน่าจะย่ำแย่กว่าสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดสเปน เมื่อปี 1918 อีกด้วย

         สำหรับวิกฤตครั้งนี้ไม่น่าจะเลวร้ายเท่ากับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในทศวรรษ 1930 ซึ่งเป็นวิกฤตที่เลวร้ายอย่างมาก แต่ครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นภาวะช็อคทางเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก เท่าที่เราเคยพบเห็นกันมา นายบิแซท ประเมินอีกว่า จะมีการตกงานในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน ไม่น้อยกว่า 5 ล้านตำแหน่ง

เมื่อถูกถามว่านโยบายที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ประกาศใช้ออกมานั้น เพียงพอกับการชดเชยภาวะช็อคครั้งใหญ่นี้หรือไม่ เขาตอบว่า อาจบอกได้ว่ายังไม่เพียงพอ แม้ว่าจะน่าชมเชยมากแล้วก็ตาม

        อย่างไรก็ตามเมื่อประเมินจากมาตรการต่างๆ ที่ประกาศออกมา คาดว่าการฟื้นตัวหลังจากวิกฤตการระบาดครั้งนี้ น่าจะเป็นการดีดตัวกลับเร็วและแรง ในรูปตัว “วี” แต่ที่ยังเป็นปัญหาก็คือการฟื้นตัวดังกล่าวจะสามารถชดเชยความสูญเสียก่อนหน้านี้ได้หรือไม่

โดยส่วนตัว เขาเชื่อว่า โลกจะสูญเสียผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือจีดีพี ไป 2–3 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่มีวันได้กลับคืนมาเลย

 

cr : prachachat