วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ส่งผลกระทบทุกมิติ ทั้งสาธารณสุข-เศรษฐกิจ-สังคม และหากเรื้อรัง-ยืดเยื้อ อาจลามไปเป็นวิกฤตการเมือง-รัฐบาลลุงตู่

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) “หลังพิงฝา” ต้องใช้”ยาแรง”งัด “กฎหมายพิเศษ” พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ประกาศเคอร์ฟิว-ปิดบ้าน 4 ทุ่มถึงตี 4

ตามมาด้วยพลิกตำราพิชัยสงคราม-แผนเผชิญเหตุ กวาดทุกเก๊ะ 8 แสนล้านบาท เพื่อเยียวยา-ฟื้นฟูเศรษฐกิจทุกชนชั้น

Plan A การออก พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน โดยอาศัยอำนาจนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการวินัยการเงินการคลัง ปลดล็อก พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง เรื่องการกู้เงิน-วงเงิน

พ.ร.บ.บริหารหนี้สาธารณะให้กู้เงินสูงสุดได้ประมาณ 7 แสนล้านบาท หรือไม่เกิน 60% ต่อจีดีพี ขณะนี้กู้ไปแล้วตาม พ.ร.บ.งบประมาณปี”63 จำนวน 3.7 แสนล้านบาท หรือ 41.27% ต่อจีดีพี ดังนั้นกู้ได้อีกประมาณ 3.3 แสนล้านบาท

Plan B การออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ โดยการหั่น-ตัด-ลดงบประมาณปี”63 ของแต่ละกระทรวงสูงสุด

10 เปอร์เซ็นต์-เปิดสภาสมัยวิสามัญพิจารณา 3 วาระรวด 10 เปอร์เซ็นต์ของทุกกระทรวงของงบประมาณรายจ่ายปี 2563 จำนวน 28 หน่วยงาน รวมทั้งสิ้น 239,846 ล้านบาท

ไม่รวมงบฯกลาง สภากาชาดไทย ส่วนราชการในพระองค์ รายจ่ายทุนหมุนเวียน และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง28 หน่วยงาน ได้แก่

1.สำนักนายกรัฐมนตรี 3,910 ล้านบาท

2.กระทรวงกลาโหม 23,335 ล้านบาท

3.กระทรวงการคลัง 24,967 ล้านบาท

4.กระทรวงการต่างประเทศ 892 ล้านบาท

5.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 607 ล้านบาท

6.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2,128 ล้านบาท

7.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 12,639 ล้านบาท

8.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 10,807 ล้านบาท

9.กระทรวงคมนาคม 17,609 ล้านบาท

10.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 678 ล้านบาท

11.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3,019 ล้านบาท

12.กระทรวงพลังงาน 214 ล้านบาท

13.กระทรวงพาณิชย์ 740 ล้านบาท

14.กระทรวงมหาดไทย 31,466 ล้านบาท

15.กระทรวงยุติธรรม 2,675 ล้านบาท

16.กระทรวงแรงงาน 7,206 ล้านบาท

17.กระทรวงวัฒนธรรม 850 ล้านบาท

18.กระทรวงศึกษาธิการ 36,744 ล้านบาท

19.กระทรวงสาธารณสุข 13,738 ล้านบาท

20.กระทรวงอุตสาหกรรม 518 ล้านบาท

21.ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี 13,219 ล้านบาท

22.จังหวัดและกลุ่มจังหวัด 2,359 ล้านบาท

23.รัฐวิสาหกิจ 15,520 ล้านบาท

24.หน่วยงานของรัฐสภา 931 ล้านบาท

25.หน่วยงานของศาล 2,118 ล้านบาท

26.หน่วยงานขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ 1,721 ล้านบาท

27.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9,178 ล้านบาท

28.หน่วยงานอื่นของรัฐ 58 ล้านบาท

Plan C การปรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ของแต่ละกระทรวงที่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเบื้องต้น เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 และปรับปรุงรายละเอียดล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท

10 เปอร์เซ็นต์ของทุกกระทรวงของงบประมาณรายจ่ายปี 2564 จำนวน 28 หน่วยงาน รวมทั้งสิ้น 248,573 ล้านบาท ไม่รวมงบฯกลาง สภากาชาดไทย ส่วนราชการในพระองค์ รายจ่ายทุนหมุนเวียน และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 28 หน่วยงาน ได้แก่
1.สำนักนายกรัฐมนตรี 4,153 ล้านบาท

2.กระทรวงกลาโหม 23,157 ล้านบาท

3.กระทรวงการคลัง 26,938 ล้านบาท

4.กระทรวงการต่างประเทศ 861 ล้านบาท

5.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 664 ล้านบาท

6.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2,310 ล้านบาท

7.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 13,153 ล้านบาท

8.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 11,433 ล้านบาท 9.กระทรวงคมนาคม 19,502 ล้านบาท

10.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 881 ล้านบาท

11.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3,071 ล้านบาท

12.กระทรวงพลังงาน 251 ล้านบาท

13.กระทรวงพาณิชย์ 781 ล้านบาท

14.กระทรวงมหาดไทย 32,997 ล้านบาท

15.กระทรวงยุติธรรม 2,758 ล้านบาท

16.กระทรวงแรงงาน 7,013 ล้านบาท

17.กระทรวงวัฒนธรรม 917 ล้านบาท

18.กระทรวงศึกษาธิการ 36,108 ล้านบาท

19.กระทรวงสาธารณสุข 14,239 ล้านบาท

20.กระทรวงอุตสาหกรรม 514 ล้านบาท

21.ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี 13,447 ล้านบาท

22.จังหวัดและกลุ่มจังหวัด 2,454 ล้านบาท 23.รัฐวิสาหกิจ 16,424 ล้านบาท

24.หน่วยงานของรัฐสภา 1,019 ล้านบาท

25.หน่วยงานของศาล 2,295 ล้านบาท

6.หน่วยงานขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ 1,828 ล้านบาท

27.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9,347 ล้านบาท

28.หน่วยงานอื่นของรัฐ 58 ล้านบาท

หากเป็นไปตาม Plan A-Plan B-Plan C รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะมีเม็ดเงินสำหรับใช้เป็น “กองกลาง”

รบทัพจับศึกโควิด-19 ตั้งรับไซด์เอฟเฟ็กต์ทางเศรษฐกิจ-การเมือง กว่า 818,419 ล้านบาท

SOURCE : www.prachachat.net/politics/news-444664