บ้านตํ่า 10 ล้าน-กลุ่มปลูกบ้านเอง-รีไฟแนนซ์ได้อานิสงส์ หลังแบงก์ชาติปลดล็อกแอลทีวี ไทยพาณิชย์ชี้ ช่วยแบ่งเบาภาระเงินดาวน์ ประชาชนซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง

            กรณี ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนปรนเกณฑ์ Loan-to-Value (LTV) สำหรับผู้กู้ซื้อที่อยู่อาศัย 3 กลุ่มหลัก คือ 1. สัญญาแรกราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท 2.สัญญาแรกราคาเกิน 10 ล้านบาท และ 3. สัญญา 2 ราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2563 เป็นต้นมานั้น

            นางสาวอรรัตน์ ชุติมิต รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ Retail and Business Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ สะท้อนว่า แนวโน้มจะส่งผลดีระดับหนึ่งต่อประชาชนผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง เพื่อแบ่งเบาภาระเงินดาวน์ของประชาชนที่มีความต้องการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง

อรรัตน์ ชุติมิต

อรรัตน์ ชุติมิต
 

            “การผ่อนปรนเกณฑ์ดังกล่าวน่าจะช่วยให้ลูกค้าที่กู้ซื้อบ้านสัญญาแรก ที่ราคาน้อยกว่า 10 ล้านบาทได้บางส่วน โดยสามารถขอสินเชื่อได้ตามราคาซื้อขาย รวมถึงสามารถขอวงเงินสินเชื่อสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นในการเข้าอยู่อาศัยได้อีก 10% ของราคาซื้อขาย ซึ่งเป็นการแบ่งเบาภาระของลูกค้า นอกจากนี้ยังช่วยลูกค้าที่กู้ซื้อบ้านสัญญาแรก ที่ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ให้สำรองเงินดาวน์ลดลงเหลือเพียง 10% และมีการผ่อนปรนเกณฑ์ LTV สำหรับลูกค้าที่ปลูกสร้างบ้านบนที่ดินปลอดภาระของตนเองด้วย จากแนวทางการผ่อนปรนเกณฑ์ เห็นได้ว่าธปท.มุ่งบรรเทาภาระให้กับลูกค้าที่ซื้อบ้านสัญญาแรก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่สะท้อนการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง นอกจากนี้ยังได้ลดผลกระทบ LTV บนกลุ่มลูกค้า
รีไฟแนนซ์อีกด้วย จากเดิมลูกค้าที่มียอดหนี้คงเหลือสูงกว่าเพดาน LTV ที่ธปท.กำหนดจะไม่สามารถรีไฟแนนซ์ยอดหนี้ทั้งหมดไปที่สถาบันการเงินอื่นได้ ด้วยเกณฑ์ใหม่ได้อนุโลมให้ธนาคารสามารถให้สินเชื่อรีไฟแนนซ์ตามยอดหนี้คงเหลือของลูกค้าได้ และลูกค้าก็ยังสามารถขอสินเชื่อ Top Up เพื่อนำไปปรับปรุงที่อยู่อาศัยได้”

            ปัจจุบันสินเชื่อคงค้างของสินเชื่อบ้านของไทยพาณิชย์มีอยู่ราวๆ 6 แสนล้านบาท โดยปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยค่อนข้างใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยจะมุ่งบริหารจัดการสินทรัพย์ให้มีคุณภาพ

ขอบคุณข้อมูลจาก www.thansettakij.com