การสร้าง Brand หรือการทำ Branding เป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจทุกคนในปัจจุบันนั้นสนใจทำเป็นอย่างพิเศษนอกเหนือจากการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ เพื่อให้สินค้าของตัวเอง หรือธุรกิจของตัวเองเป็นที่จดจำของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น และทำให้เกิด Brand Loyalty (ความภักดีในตราสินค้า) ทำให้ธุรกิจมีผลกำไรที่ยั่งยืน มีฐานลูกค้าที่แข็งแรง

                ยิ่งในยุคที่การผลิตสินค้าเป็นเรื่องง่าย ทำให้มีสินค้าที่เหมือนๆกันออกมาสู่ท้องตลาดอย่างมากมาย ลองคิดเล่นๆดูสิครับว่าในทุกวันนี้ถ้าเราอยากได้รองเท้าสักคู่หนึ่ง ก็มีให้เลือกรองเท้าหลากหลาย Brand หลากหลายสไตล์ แต่ทำไมบางคนต้องซื้อรองเท้า Brand นี้เท่านั้น ต้องเจาะจงเป็น Brand นี้เท่านั้น นั่นก็เพราะแบรนด์แต่ละแบรนด์สร้างคุณค่าในจิตใจบางอย่างให้แก่ผู้ใช้แตกต่างกันไปตาม Brand Character วันนี้ทาง Terrabkk จึงขอนำหนึ่งในศาสตร์การสร้าง Brand อย่างการทำ Brand Character มาแชร์ให้ผู้อ่านได้ลองทำความเข้าใจกัน

 

 

Brand Character คืออะไร ??

                Brand Character คือ ตัวตนของ Brand ที่ในแต่ละ Brand จะมีความแตกต่างกันไป เหมือนกับผู้คนที่แต่ละคนมีบุคลิกภาพ นิสัย เอกลักษณ์ แตกต่างกันไป โดยศาสตร์ของ Brand Character มีอยู่ด้วยกัน 2 ศาสตร์หลักๆ คือ Brand Personality และ Brand Archetypes

 

Brand Personality จะแบ่งบุคลิกภาพของ Brand ออกเป็น 5 ประเภท คือ

1. Excitement ความตื่นเต้น ฮึกเหิม ตื่นตัว ท้าทาย สดใส มีความมั่นใจ บุคลิกภาพนี้จะเห็นได้จากสินค้าและบริการในธุรกิจการท่องเที่ยวแบบผจญภัย ซึ่งบุคลิกภาพเหล่านี้จะวาง Positioning ของการตลาดเพื่อกลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มคนรุ่นใหม่

2. Sincerity ความห่วงใย ความจริงใจ ความซื่อสัตย์ บุคลิกภาพนี้จะเห็นได้จากสินค้าและบริการในธุรกิจประกันชีวิต

3. Sophistication ความซับซ้อน ความหรูหรา น่าจับจอง มักจะเป็นแบรนด์สินค้าที่มีราคาแพง หรือแบรนด์เนม

4. Competence ความเป็นผู้นำ ฉลาด เหนือชั้นกว่า มักจะพบเจอกับสินค้าไอที หรือสมาร์ตโฟน

5. Ruggedness ความทนทาน ใช้ได้นาน ห้าวหาญ จะเป็นพวกสิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักรกล

 

Source : https://medium.com/@ebaqdesign/brand-personality-traits-of-top-brands-19c58890770f

 

Brand Archetypes นั้นเป็นแนวคิดจากนักจิตวิทยาชาวสวิสที่มีชื่อ Carl Gustav Jung ที่ได้ศึกษาจิตวิทยาของมนุษย์ในเรื่องอิทธิพลของผลรวมจิตไร้สำนึกของมนุษย์ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม (Collective Unconscious)  ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม 12 ประเภท

Brand Archetypes แบ่ง 5 กลุ่ม แบ่งเป็น

1. กลุ่มจิตวิญญาณ (Spirit) กลุ่มคนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์

2. กลุ่มความคิด (Thought) กลุ่มคนที่สุขุมและมีสติปัญญาล้ำลึก

3. กลุ่มพลังงาน (Energy) กลุ่มคนที่เต็มไปด้วยพลังในการสร้างสรรค์เปลี่ยนแปลง

4. กลุ่มอารมณ์ (Emotion) กลุ่มคนที่เป็นมิตรและใจดีมีเสน่ห์

5. กลุ่มแก่นสาร (Substance) กลุ่มคนที่เต็มไปด้วยสาระและความอุดมสมบูรณ์มั่งคั่ง

 

 

Brand Archetypes แบ่ง 12 ประเภท แบ่งเป็น 

1.Innocent เป็นคนที่เรียบง่าย ต้องการความสุขเป็นเป้าหมาย

2.Explorer เป็นคนที่มีพลัง ชอบความแปลกใหม่ท้าทาย

3.Sage เป็นคนที่ชอบใฝ่หาความรู้ เป็นพวกนักคิด นักปราชญ์

4.Hero เป็นคนที่ชอบเรื่องการแข่งขัน เป้าหมายคือชัยชนะ

5.Outlaw เป็นคนที่ชอบท้าทายกฎกติกา รักอิสระ ตามใจตัวเอง

6.Magician เป็นคนที่ชอบสร้างสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดได้ มีจินตนาการ

7.Everyman เป็นคนที่ธรรมดาทั่วไป เข้ากะคนง่าย

8.Lover เป็นคนที่รักคนอื่น มีความสัมพันธ์เป็นพื้นฐานชอบให้คนรักตัวเอง

9.Jester เป็นคนที่มีความสนุกชอบสังสรรค์อารมณ์ดี

10.Caregiver เป็นคนที่ห่วงใยคนอื่น แบ่งปันและช่างดูแล

11.Creator เป็นคนที่ชอบสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

12.Ruler คนพวกนี้เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ ชอบปกครอง อำนาจ

 

 

Source : http://www.themarketingsage.com/brand-archetype/

 

ทำไมต้องมี Brand Character

1. ทำให้การสื่อสารทางการตลาดเป็นไปแนวทางเดียวกันทั้งองค์กร ถูกกลุ่มลูกค้า

                เมื่อมี Brand Character ที่ชัดเจน จะทำให้มีกรอบในการสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน การสื่อสารทางการตลาดจะเจาะจงไปยังกลุ่มเป้าหมายได้ถูกกลุ่ม มีความถูกต้อง ทำให้ผู้รับสารสามารถเข้าใจในการสื่อสาร และรับรู้ถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างชัดเจน

2. สร้างความแต่งต่างจากคู่แข่งขัน

                อย่างที่บอกไปในตอนต้น ว่าปัจจุบันการผลิตสินค้าเป็นเรื่องง่าย ทำให้มีสินค้าที่เหมือนๆกันออกมาสู่ท้องตลาดอย่างมากมาย ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น แต่การสร้าง Brand Character จะทำให้ผู้บริโภครับรู้ได้ถึงความแต่งต่าง เอกลักษณ์ ตัวตนที่ Brand อยากจะสื่อสาร ทำให้ผู้บริโภคเลือกที่จะซื้อสินค้านั้นๆ เพื่อจะอยากเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนของ Brand เช่น การซื้อผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่ผู้ซื้อสินค้าของ Apple จะรู้สึกถึงการเป็นผู้นำนวัตกรรม และต่อต้านกฎเกณฑ์เดิมๆ

3. ทำให้เกิด Brand Loyalty สาวก ลัทธิ ชนเผ่าของ Brand

                สาวก ลัทธิ ชนเผ่าของ Brand สังคมที่รวมผู้ที่มีความเชื่อใน Brand นั้นๆมาอยู่ด้วยกัน คงจะไม่ได้กล่าวเกินจริงไปเพราะในปัจจุบันเราคงจะเห็นจากผู้คนรอบตัวของเรามีความเชื่อใน Brand ที่แตกต่างกัน และจะออกตัวคอยปกป้อง Brand ของตัวเองเวลาคนอื่นๆมาว่าร้าย เช่น สาวก Apple สาวก Nike สาวก Adidas

 

 

ใครที่จะทำ Brand Character ต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้

1. จุดเด่นของแบรนด์ของคุณคืออะไร?

2. คุณต้องการให้กลุ่มเป้าหมาย มีการเชื่อมโยงทางอารมณ์ความรู้สึกและรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์คุณอย่างไร

3. สิ่งที่เป็นเป้าหมายการสื่อสารของแบรนด์คุณที่บ่งบอกถึงคุณสมบัติและประโยชน์ของตราสินค้าของคุณและการนำเสนออย่างชาญฉลาด?

4. คำ วลี หรือประโยค อะไรที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายนึกถึงคุณ และกล้านำไปแชร์ต่อกับเพื่อนๆได้อย่างมั่นใจ

5. องค์ประกอบของ Brand ของคุณ สีที่สื่อความหมายของ Character คุณคืออะไร รูปภาพที่สื่อถึง Character ของคุณคืออะไร ตัวอักษรที่สื่อถึง Character ของคุณคืออะไร สิ่งเหล่านี้คุณต้องตอบให้ได้

 

                แล้วสำหรับผู้อ่านท่านใดที่กำลังสนใจที่จะเรียนรู้เรื่อง Brand มากยิ่งขึ้น หรือสงสัยว่าแล้วจะทำอย่างไรให้สร้างตราสินค้าให้ยิ่งใหญ่ในยุค 5G “How to Build a Powerful Brand in 5G” สามารถมาร่วมหาคำตอบกันในงาน TERRAHINT BRAND SERIES 2 : สร้างตราสินค้าให้ยิ่งใหญ่ในยุค 5G | How to Build a Powerful Brand in 5G” วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2562 เวลา 13.00-17.30 น. ที่ CW Tower, C-Asean Auditorium ลงทะเบียนได้ที่ http://bit.ly/36ZORak