หวั่นเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนไม่คืบ หลังพบอุปสรรครอบใหม่ จีนไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าเกษตรในปริมาณมากจนเกินไปที่สหรัฐเสนอมา และยังมีประเด็นข้อตกลงในส่วนของการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและการถ่ายโอนเทคโนโลยี กดดันภาพของสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มเห็นการชะลอการปรับตัวขึ้นหลังจากช่วงที่ผ่านมาปรับขึ้นไปได้ค่อนข้างดี ส่งผลให้หุ้นไทยพักฐานในกรอบ 1,605-1,630 จุด

          นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันที่ 14 พ.ย.62 ว่า ตลาดน่าจะเริ่มเห็นการพักฐาน มองแนวรับไว้ที่ 1,605 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,630 จุด เนื่องจากข้อตกลงการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนดูเหมือนจะมีอุปสรรคมากขึ้น จากที่มีรายงานข่าวล่าสุดว่าจีนไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าเกษตรในปริมาณมากจนเกินไปที่สหรัฐเสนอมา นอกจากนี้ยังมีประเด็นข้อตกลงในส่วนของการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและการถ่ายโอนเทคโนโลยี ซึ่งทางจีนยังเป็นอะไรที่ลังเลอยู่ เพราะฉะนั้นภาพความไม่แน่นอนที่กลับมาเพิ่มขึ้น จึงทำให้ภาพของสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มเห็นการชะลอการปรับตัวขึ้น หลังจากช่วงที่ผ่านมาปรับขึ้นไปได้ค่อนข้างดี

          ขณะที่ประเด็นคือทิศทางกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในงวดไตรมาส 3/62 ที่โดยรวมออกมามองแล้วยังไม่ดีมากนัก และมีความเสี่ยงที่จะเห็นการปรับประมาณการกำไรสุทธิของตลาดลง ฉะนั้นสองปัจจัยนี้น่าจะทำให้ภาพ SET INDEX วันนี้ยังอยู่ในภาวะของการพักฐาน

          ส่วนการแถลงการณ์ว่าด้วยภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจร่วมของสภาคองเกรสเมื่อวันพุธ (13 พ.ย.) ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้มุมมองว่าเฟดคงจะไม่ได้เร่งลดดอกเบี้ย โดยตอนนี้ให้น้ำหนักรอดูเกี่ยวกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งล่าสุดยังแข็งแกร่งอยู่ ทั้งในส่วนของการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐเอง และอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงเป้าหมายที่ 2% รวมถึงการจ้างงานก็ยังอยู่ในภาวะแข็งแกร่ง จึงมองว่าระดับดอกเบี้ยในตอนนี้อยํในระดับที่เหมาะสม

กลยุทธ์ลงทุนเน้นลงทุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ซึ่งตอนนี้เน้นไปกระตุ้นภาคการบริโภค โดยแนะนำ CPN-CPALL

ขอบคุณข้อมูลจาก www.prachachat.net