ค้นหาข่าว

บ้านเกิน 3 ล้าน ตบราคา รับมาตรการรัฐบาล

08/11/2019 อ่าน 577 คน

ขนาดตัวอักษร:

           ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีสีสันขึ้นอีกครั้ง เมื่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทย บังคับใช้ มาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน จาก 2% และจดจำนอง 1% ให้เหลือเพียง 0.01% สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน3 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 - 24 ธันวาคม 2563 รวมระยะเวลา 1 ปีเศษ เพื่อพยุงอุตสาหกรรมนี้ให้เกิดการฟื้นตัว เนื่องจากพบว่าไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ของปีนี้ตลาดอสังหาฯติดลบกว่า 20% จากผลพวงมาตรการ LTV (สัดส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าบ้าน) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

           แม้ผู้ประกอบการมองว่า มาตรการดังกล่าวอาจช่วยกระตุ้นกำลังซื้อให้กลับมาไม่มากนัก เนื่องจากยังมีกฎ LTV คํ้าอยู่ แต่ก็ดีกว่ารัฐไม่ช่วยอะไรเลย อย่างน้อยรัฐช่วยออกค่าใช้จ่ายค่าโอนและจดจำนองแทน
ผู้ประกอบการ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาแทบทุกค่ายต่างใช้แคมเปญฟรีค่าโอนและจดจำนองมาตลอด

           นอกจากนี้การเปิดโอกาสให้คนซื้อบ้านได้รับค่าลดหย่อนจากค่าโอน-จดจำนอง นาน ถึง 1 ปี อาจเกิดผลเสีย ทำให้ตลาดยิ่งชะลอตัว เพราะการตัดสินใจซื้อและโอนอาจจะกระจุกตัวช่วงโค้งสุดท้าย ในมุมกลับการเลือกซื้อบ้านต้องอาศัยเวลาในการตัดสินใจ ดังนั้น 1 ปี ไม่นานเกินไป และเชื่อว่าผู้ประกอบการแต่ละค่ายจะอาศัยช่วงเวลานี้ ออกแคมเปญจูงใจดึงลูกค้า หากโครงการไหนใกล้ปิดการขาย เหลือจำนวนหน่วยไม่มาก หน่วยที่ทิ้งดาวน์ไม่ยอมโอน เชื่อว่าจะมีการทุบราคาระดับที่สูงเกิน 3 ล้านบาท ให้ลงมาเหลือ 3 ล้านบาทเพื่อให้อยู่ในข่ายมาตรการกระตุ้น

           นายอธิป พีชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ระบุว่าตลาดอสังหาฯปีนี้ค่อนข้างแย่ จากปัจจัยภายนอก อาทิ ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี, กำลังซื้อไม่มี และมาตรการ LTV ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาฯอย่างหนัก แต่หลังจากรัฐออกมาตรการกระตุ้น ปลายปีนี้ถึงปีหน้าจะเห็นการแข่งขันราคาสูง

           “ในความเห็นส่วนตัวไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น เคยบอกกับผู้ประกอบการว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าเล่นสงครามราคา เพราะจะกระทบเป็นวงจร แม้แต่บริษัทที่ใช้กลยุทธ์ราคาสุดท้ายก็จะได้รับผลด้วยเช่นกัน จากลูกค้าเก่าที่ซื้อสินค้าอาจจะไม่พอใจ”

           มาตรการกระตุ้นครั้งนี้ ตลาดที่ได้รับอานิสงส์คือระดับราคา 1.5-3 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยตลาดในภาพรวมได้ประมาณ 40% หากว่าขยายไปถึงระดับ 5 ล้านบาท ก็จะช่วยตลาดในภาพรวมได้ถึง 60%

           นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บ้านและคอนโดมิเนียมราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ในตลาด กทม.และปริมณฑล เฉลี่ย 50,000-60,000 หน่วย คิดเป็น 51% ของจำนวนหน่วยทั้งหมด ที่เกิดขึ้นแต่ละปีเฉลี่ยกว่า 1 แสนหน่วย

           อย่างไรก็ตาม โค้งสุดท้ายเหลือเพียง 1-2 เดือน คาดว่าผู้ประกอบการต่างนำมาตรการนี้เป็นจุดขาย จัดแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อ สำหรับราคาบ้านที่เกิน 3 ล้านบาทไม่มาก หรือราคาคาบเกี่ยวอาจต้องปรับราคาลงเพื่อปิดการขาย

           ด้านนายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท - แวลู บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่ารัฐบาลเร่งการใช้มาตรการดังกล่าวเร็วขึ้น เนื่องจากอสังหาฯได้รับผลกระทบจากกฎแบงก์ชาติ กำลังซื้อหดตัว หาก เลื่อนออกไปบังคับใช้ต้นปี 2563 เชื่อว่าผู้ประกอบการจะไม่รอรัฐ โดยใช้วิธีออกค่าโอน-จดจำนองแทนผู้ซื้อเหมือนปกติ

           อย่างไรก็ตาม การที่รัฐกำหนดยืดระยะเวลา ลดหย่อนค่าโอน-จดจำนอง นาน 1 ปี เพราะอสังหาฯ ซมพิษไข้มานานต้องการการฟื้นตัวจึงต้องใช้เวลาประเมินว่าอาจจะต่ออายุมาตรการลดหย่อนนี้ ปีต่อปี 
หากเห็นว่าการซื้อขายเริ่มดีขึ้น นายปิยะสะท้อน ว่าอสังหาฯ เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนประเทศ หากไม่รีบเข้ามาพยุง อาจจะกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมทั้งหมดได้

           นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) ระบุว่า มาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นตลาด ประเมินว่านับจากนี้การแข่งขันรุนแรงเพราะทุกค่ายต่างต้องการระบายของ

กระตุ้นอสังหาฯก่อนซึมยาว      

           มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์วันที่ 22 ตุลาคม 2562 นับเป็นครั้งที่ 2 ที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยกอบกู้ตลาดในห้วงวิกฤติ

           ครั้งแรกยุครัฐบาล คสช.โดยกระทรวงการคลังเสนอมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ซื้อที่อยู่อาศัย 2% และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์ 1% ให้เหลือ 0.01% และมาตรการทางภาษี สำหรับผู้ที่ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรก เพื่อเป็นการซื้ออยู่อาศัยจริงในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท สามารถนำวงเงิน 20% ของมูลค่าที่อยู่อาศัย มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นระยะเวลา 5 ปี ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2558 - 31 ธันวาคม 2559

           เพื่อช่วยบรรเทาภาระรายจ่ายของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง และช่วยบรรเทาผลกระทบในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หลังจากเผชิญกีฬาสีการเมืองมานานปี

           ผ่านมา 5 ปี ตลาดอสังหาริมทรัพย์ประสบปัญหาวิกฤติอีกครั้ง ช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2562 ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยติดลบกว่า 20% จากปัจจัยรุมเร้ารอบด้านทั้งภาวะเศรษฐกิจภายในและนอกประเทศ ร่วมด้วยมาตรการคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย -LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้เครื่องยนต์สร้างการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศแผ่วลงจนเกือบดับสนิท

           ที่สุดต้องโด๊ปนํ้าเกลือช่วยกระตุ้น แต่มุ่งกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งจริงแล้วรัฐบาลวางแผนเอาไว้จะประกาศมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯในช่วงปีใหม่ หรือวันที่  1 มกราคม 2563 แต่ผู้ประกอบการเกรงว่าหากทิ้งช่องว่างหลัง ครม.มีมติรับทราบมาตรการแล้ว แต่ประกาศใช้ล่าช้าไปปีใหม่ อาจกระทบตลาดค่อนข้างหนัก ผู้ซื้อจะชะลอการตัดสินใจออกไป จึงเลื่อนให้เร็วขึ้น เป็นวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562

           มาในช่วงจังหวะที่ดี ปกติไตรมาสที่ 4 ไตรมาสสุดท้ายของปีตลาดอสังหาฯค่อนข้างซื้อขายคึกคัก หลังผู้ประกอบการรับทราบข่าวดี แต่ละค่ายต่างนำโครงการจัดโปรโมชันกันอย่างสนุก ไม่ว่าจะเป็น บมจ.แสนสิริ ขน 17 โครงการราคาถูกออกขาย บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ นำ 10 โครงการคอนโดฯพร้อมอยู่ จัดแคมเปญใหญ่แห่งปี “ANANDA BIG DEALS” ดีลดี รอไม่ได้ ราคาสุดพิเศษ เริ่ม 1.59 - 6.79 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2562 เช่นเดียวกับ ค่ายพฤกษา ที่ให้ราคาพิเศษทุกโครงการ บมจ.แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ กระชากใจด้วย

แคมเปญสุดว้าว “ถูกที่ ถูกเวลา ในราคาที่ถูกกว่า”

ขอบคุณข้อมูลจาก www.thansettakij.com

อ่านเพิ่มเติมจาก News ข่าวอสังหาริมทรัพย์

แสดงความคิดเห็น
ติดตามข่าวด่วน บทความอสังหาฯ การลงทุนบน Facebook คลิ๊กที่นี่

Recommended


Close
answer to get prize answer to get prize