เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 30.19 บาท แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 30.23 บาทต่อดอลลาร์

          นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธตลาดเงินและตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า ในช่วงคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินตอบรับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯหรือ FOMC ที่มีมติ “ลดดอกเบี้ย” ลงมาที่ระดับ 1.50-1.75% ตามที่คาดไว้ โดยดัชนีสำคัญอย่าง S&P500 ปรับตัวขึ้น 0.3% ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10ปี ปรับตัวลง 6.5bps ลงมาที่ระดับ 1.77%

สำหรับผลการประชุม มีเรื่องที่น่าสนใจทั้งหมด 3 ประเด็น 

          อย่างแรก คือผลการประชุมที่มีมติ “ลด” ดอกเบี้ยแต่ครั้งนี้มีคณะกรรมการที่เปลี่ยนใจมาสนับสนุนการลดดอกเบี้ยหนึ่งท่านคือนาย James Bullard ขณะที่นาย Eric Rosengren และนาง Esther George ยังคงสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม 

          ประเด็นที่สอง คือมุมมองของเศรษฐกิจสหรัฐผ่านสายตาของเฟด ในครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยด้วยการส่งสัญญาณว่าภาคลงทุนและส่งออกในสหรัฐ “ยังอ่อนแอ” ต่างจากครั้งที่ผ่านมาที่เฟดมองว่าทั้งสองกิจกรรมทางเศรษฐกิจนี้ “อ่อนแอลง” ขณะที่การขยายตัวของเศรษฐกิจอยู่ในระดับ “ปานกลาง” และเงินเฟ้ออยู่ในระดับ “ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2%” ตามเดิมทั้งหมด

          ประเด็นสุดท้ายคือ มุมมองของธนาคารกลางสหรัฐในอนาคต โดยในครั้งนี้เฟดตัดความคิดที่จะปรับดอกเบี้ยนโยบายเพื่อรักษาการขยายตัวของเศรษฐกิจออก เหลือเพียงการสังเกตการณ์ข้อมูลเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งถือเป็นการ “จบรอบ” การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ไว้ที่ 3ครั้ง หรือ 0.75%

          ผลกระทบกับตลาดการเงินค่อนข้างน่าสนใจ โดยล่าสุดความน่าจะเป็นที่เฟดจะลดดอกเบี้ยต่อในเดือนธ.ค. เหลือเพียง 22% ถือว่าตลาดมีมุมมองเชิงบวกกับการคงดอกเบี้ยมากขึ้น หนุนให้ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นในระยะสั้น แต่บอนด์ยีลด์ในฝั่งยุโรปกลับไม่มีการปรับตัวลงตาม เนื่องจากเป็นจังหวะที่ประธานธนาคารกลางยุโรป นางคริสตีน ลาการ์ด ออกโรงส่งสัญญาณให้ภาครัฐในยุโรปหันมาใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น และอาจไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในยุโรปลงตามสหรัฐ เงินดอลลาร์จึงอ่อนค่าลงในช่วงท้ายตลาด  

          ขณะที่เงินบาทก็เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ นักลงทุนบางส่วนกลับเข้าซื้อบอนด์หลังยีลด์ปรับตัวขึ้น เป็นแรงหนุนให้เงินบาทแข็งค่าลง เรามองว่าการลดดอกเบี้ยครั้งนี้ของเฟดจะกดให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าได้ในระยะสั้น แต่ในระยะถัดไปยังต้องจับตาตัวเลขเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐ ถ้ายังคงแข็งแกร่งและเฟดไม่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ยต่อจากระดับปัจจุบันแล้ว เงินดอลลาร์ก็มีโอกาสฟื้นตัวได้ในอนาคต

ขอบคุณข้อมูลจาก www.thansettakij.com