ค้นหาข่าว

ANIL Sathorn 12 (อนิล สาทร12) คอนโดมิเนียมบนทำเลที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดกับครอบครัว

30/10/2019 อ่าน 784 คน

ขนาดตัวอักษร:

 

ANIL Sathorn 12 (อนิล สาทร12) คอนโดมิเนียมบนทำเลที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดกับครอบครัว

 

 

            ตัวชี้วัดด้านเวลาในการเดินทางทั่วโลก ระบุว่าเวลาที่ควรใช้เดินทางไปกลับระหว่างบ้านและที่ทำงานควรไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 30 นาทีต่อเที่ยว ซึ่งเมื่อย้อนกลับมาดูสถิติเวลาการเดินทางของคนกรุงเทพฯ พบว่ายังห่างไกลกับตัวชี้วัดทั่วโลกนัก โดยผลสำรวจของ Uber ร่วมกับบริษัท Boston Consulting Group (งานแถลงผลวิจัย Unlocking Bangkok, พฤศจิกายน 2560) ระบุว่าคนกรุงเทพฯ เสียเวลากับรถติดและการหาที่จอดรถถึง 24 วัน/ปี หรือรวมกันกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน ในชณะเดียวกัน thaiembassy.com (รศ.ดร.พนิต ภูจินดา, กันยายน 2562) รายงานว่าประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยในการเดินทางถึง 2 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว !

 

            นอกเหนือจากเรื่องการจราจรติดขัดแล้ว ปัจจัยหลักๆที่ทำให้คนกรุงเทพฯ ใช้เวลาในการเดินทางนานกว่าเมืองอื่นๆทั่วโลก นั่นก็เพราะว่าสถานที่สำคัญที่เป็น Daily Destination ของคนกรุงเทพส่วนใหญ่มักกระจุกตัวอยู่ในทำเลใจกลางเมืองอย่าง สีลม - สาทร (CBD) ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ ทำเล CBD จึงเป็นทำเลที่สามารถมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับครอบครัว เพราะเป็นทำเลที่รวมทั้ง แหล่งงาน สถาบันการศึกษาชั้นนำ ศูนย์การค้า และโรงพยาบาล ไว้ครบครันในทำเลเดียว

 

ทำไม การเดินทาง จึงสำคัญกับคนกรุงเทพฯนัก?

 

            ต้องบอกว่าปัญหาที่แก้ไม่ตกของเมืองกรุงเทพฯ คงหนีไม่พ้นปัญหาการเดินทางและรถติด และไม่มีทีท่าว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ในเร็ววันนี้ เนื่องจากบนท้องถนนกรุงเทพฯมีจำนวนรถยนต์ที่วิ่งมากเกินกว่าความจุถนนจะรับไหว แค่จำนวนรถจดทะเบียนสะสมก็มีถึง 9.82 ล้านคัน เกินพื้นที่ความจุถนนไปถึง 4.4 เท่า ซึ่งในปัจจุบันนนี้ ถนนทุกสายในกรุงเทพฯ มีความจุถนนเต็มแล้ว ไม่สามารถรองรับรถให้เดินทางในสภาพคล่องได้ โดยรถยนต์บนท้องถนนสามารถเคลื่อนตัวด้วยความเร็วเพียง 5-22 กม./ชม. เท่านั้น นอกจากนั้นแล้วในการจัดอันดับเมืองที่มีระบบขนส่งสาธารณะดีที่สุดในโลกปี 2560 กรุงเทพฯยังรั้งอันดับ 92 จาก 100 เมือง

 

            ข้อเท็จจริงเหล่านี้ทำให้เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า เรื่องการเดินทางและการจราจรนั้นกลายเป็น Pain point ที่ยากจะแก้ไขของคนกรุงเทพฯไปซะแล้ว ดังนั้นการได้อยู่อาศัยในจุดศูนย์กลางเมืองอย่าง CBD ที่มีความครบครัน จึงเป็นการปกปิด Pain point เรื่องการเดินทางและการจราจรได้เป็นอย่างดี

ทำไม ทำเล CBD สีลม -สาทร ถึงยิ่งทวีมูลค่า

 

            ดังที่กล่าวในข้างต้นว่าทำเล CBD แล้ว ย่อมเป็นศูนย์กลางในหลายๆด้านของเมือง อีกทั้งยังเป็นทำเลที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเข้มข้น ทำให้ CBD กลายเป็นปลายทางการเดินทางของประชากรเมืองในทุกๆวัน สำหรับทำเล สีลม - สาทร มี traffic ที่ค่อนข้างหนาแน่นมากทีเดียว โดยมีประชากรที่เดินทางเข้าออกในทำเลปีละกว่า 29 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละ 80,000 คนต่อวัน โดยเข้ามาในทำเลผ่าน Multimodal Transportation หลายทาง ได้แก่ รถไฟฟ้า BTS, รถไฟฟ้า MRT, รถ BRT และรถยนต์ส่วนตัว (ข้อมูลจากสถิติจราจร ปี 2558 สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร)

 


 

สีลม - สาทร คือทำเลเดียวที่เป็นจุดหมายการเดินทางในทุกวันของคนกรุงเทพฯ

 

            สำหรับ Routine trip ในแต่ละวันของคนเมืองกรุง คงจะหนีไม่พ้น บ้าน-โรงเรียน-ที่ทำงาน  ซึ่งสีลม-สาทรเป็นทำเล One Stop Service ที่สามารถตอบโจทย์ Routine trip เหล่านี้ได้ ด้วยการครอบคลุมลักษณะของการเป็นสุดยอดทำเลคุณภาพ ได้แก่ สถานศึกษา (School), สถานพยาบาล (Medical), ที่ทำงาน (Workplace), การเดินทาง (Accessibility), สถานที่จับจ่ายซื้อของ (Shopping) และสถานพักผ่อนหย่อนใจ (Recreation) ทั้งยังประกอบไปด้วยสำนักงานใหญ่, สถาบันการเงิน และบริษัทต่างๆมากมาย มีพื้นที่อาคารสำนักงานกว่า 1,900,000 ตร.ม. นอกจากนั้น ทำเล สีลม - สาทร ยังเป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง จึงเป็นคำตอบว่าทำไมทำเล สีลม-สาทร จึงเป็นทำเลที่ดึงดูดการเดินทางในทุกวัน

 

 

สีลม - สาทร ทำเลที่มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับครอบครัว

 

            สถาบันการศึกษาในทำเล สีลม - สาทร ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพ มีประวัติยาวนาน มีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง ที่ยังคงความสัมพันธ์ต่อโรงเรียนและรุ่นพี่รุ่นน้องจากรุ่นสู่รุ่นมาเกือบ 100 ปี สร้างความมั่นใจต่อผู้ปกครองว่าบุตรหลานจะได้รับการศึกษาที่ดี และยังได้แวดล้อมด้วยสังคมที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งยังสามารถสร้างโอกาสทางสังคมในอนาคตได้อีกด้วย ทำให้ผู้ปกครองที่มีความสามารถทางการเงิน คาดหวังและตั้งใจให้บุตรหลานได้เข้าศึกษาในสถาบันเหล่านี้ 

 

            สถาบันการศึกษาในทำเล สีลม - สาทร อยู่ในระยะรัศมี 3 กม. จากแยกถนนสีลม-ถนนนราธิวาสฯ ทำให้สามารถเดินทางได้หลากหลาย ทั้งการใช้รถยนต์ส่วนตัวผ่านถนนสีลม, ถนนนราธิวาสฯ, ถนนพญาไท, ถนนสาทร และถนนเจริญกรุง หรือใช้ขนส่งมวลชนทั้งสายสีเขียวตั้งแต่สะพานตากสิน, สุรศักดิ์, ช่องนนทรี, ศาลาแดง และสายสีน้ำเงินที่สถานีสีลมและสามย่าน เป็นการเดินทางแบบ Multimodal หลายตัวเลือกการเดินทาง  นอกจากนั้นในอนาคต ขนส่งมวลชนสายสีเขียวจะมีสถานีใหม่ “ศึกษาวิทยา” ซึ่งได้เริ่มทำการก่อสร้างแล้วและพร้อมเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2564

 

 

            ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่า ทำเล สีลม - สาทร เป็นทำเล One Stop Service ผู้ปกครองและบุตรหลาน สามารถใช้ชีวิตอยู่ในย่านเดียวกัน ตัดปัญหาเรื่องการเดินทาง ทำให้เหลือเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น พร้อมทั้งยังคัดกรองสภาพแวดล้อมที่มีคุณภาพ เรียกได้ว่าเป็นทำเล Super Compact ที่มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ครอบครัวในทุกวัน

 

 

คอนโดมิเนียมมาตรฐาน WELL Building Standard  แห่งแรก ในประเทศไทย

 

            โครงการ ANIL Sathorn 12 (อนิล สาทร 12) เป็นอาคารที่พักอาศัยแห่งแรกในประเทศไทย ที่ผ่านการรับรอง WELL Multifamily Precertified™ Gold Level ตามมาตรฐาน WELL Building Standard จาก International WELL Building Institute (IWBI) ตอบโจทย์ลักษณะการอยู่อาศัยของลูกบ้านได้อย่างแท้จริง

 

             มาตรฐานทางสุขภาวะสำคัญ 7 ชนิด ตามมาตรฐาน WELL Building Standard ประกอบด้วย คุณภาพอากาศที่บริสุทธิ์ (Air), คุณภาพน้ำดื่มน้ำใช้ (Water), สุขภาวะด้านโภชนาการ (Nourishment), การออกแบบแสงสว่างที่เหมาะสม (Light), สุขภาพและความแข็งแรงของร่างกาย (Fitness), ความรู้สึกสบาย (Comfort) และ สุขภาวะทางจิตใจ (Mind)

 

           ภายใต้จำนวนห้องชุด 222 ยูนิต ในรูปแบบ Freehold High Rise Condominium 42 ชั้น พร้อมระบบจอดรถอัตโนมัติ  110% การันตีได้ว่าลูกบ้านทุกยูนิตได้รับพื้นที่รองรับการจอดรถอย่างแน่นอน และมั่นใจได้ถึงคุณภาพการอยู่อาศัยระดับ WELL Building Standard มาตรฐานทางสุขภาวะระดับสากลภายใต้แนวคิดสำคัญ 7 ประการ

 

 

 

–Air ( คุณภาพอากาศที่บริสุทธิ์)–

 

           คุณภาพอากาศที่เริ่มต้นตั้งแต่การ Design ที่คำนึกถึง “การควบคุมความชื้น” ภายในโครงการ รวมทั้ง “การไหลผ่านของอากาศ” ทุกห้องพักจะมีการติดตั้งแผ่นกรอกอากาศ MERV 13 ที่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 และไวรัส และการติดตั้งระบบประตู 2ชั้น (Vestibule) พร้อมพรมดักฝุ่นที่ช่วยกั้นมิให้ฝุ่นละอองภายนอกจากถนนไหลเข้าสู่ภายในอาคาร  และยังออกแบบ “ระบบระบายอากาศ” พื้นที่ส่วนกลางและส่วนพักอาศัยผ่านสมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งสหรัฐอเมริกา (ASHRAE)  ที่เรียกว่า ERV หรือ Energy Recovery Ventilator จาก Mitsubishi ที่ช่วยนำอากาศบริสุทธิ์ภายนอกเข้าสู่ภายในห้องพัก ด้าน Materials” ตกแต่งอาคารภายในโครงการ ล้วนเป็นวัสดุตกแต่งที่มีสารเคมีหรือสารพิษที่ก่อมะเร็งต่ำ ผ่านมาตรฐาน CDPH สหรัฐอเมริกา  นอกจากนี้ ทุกครั้งก่อนเกิดการย้ายเข้าพักอาศัยของลูกบ้าน  ยังมีการตรวจวัด “ปริมาณสารมลพิษในอากาศ”  เช่น ฟอร์มัลดีไฮด์ VOC, PM2.5, PM10, Ozone และ Radon อีกด้วย  ลูกบ้าน ANIL Sathorn 12 (อนิล สาทร 12) จึงมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็น “ผู้ปกครอง” หรือลูกหลานวัย “นักเรียน” พักอาศัยโครงการนี้ จะได้รับความปลอดภัยด้านคุณภาพอากาศอย่างแน่นอน

 

–Water ( คุณภาพน้ำดื่มน้ำใช้)–

 

            สารปนเปื้อนที่มาจากน้ำใช้ดื่มใช้กินส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว บางครั้งกว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว สำหรับลูกบ้าน ANIL Sathorn 12 (อนิล สาทร 12) หมดห่วงปัญหานี้ไปได้เลย เพราะ “ระบบท่อน้ำ” ที่ใช้ในห้องพักอาศัยทั้งหมดของ ANIL Sathorn 12 (อนิล สาทร 12)   ล้วนเป็นรุ่นปราศจากสารตะกั่ว (Lead-free piping) พร้อมทั้งติดตั้ง “เครื่องกรอง 3M” ในพื้นที่ห้องครัว เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำดื่มและน้ำใช้แก่ลูกบ้าน ขณะเดียวกัน บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง Culinary Area และ Panoramic Gym  มีการจัดเตรียม “น้ำดื่มคุณภาพ”  “ผู้ปกครอง” มั่นใจได้ว่าลูกวัย “นักเรียน” ของคุณจะได้ดื่มสะอาดอย่างแท้จริง

 

 

–Nourishment ( สุขภาวะด้านโภชนาการ)–

 

            กิจกรรมทำครัวในครอบครัวดูเป็นเรื่องน่ารักไม่น้อย พ่อแม่วัยทำงานกับลูกวัยเรียนช่วงกันทำอาหารในเช้าวันสดใส คุณภาพชีวิตที่ดีเริ่มต้นจากห้องครัวได้ในทุกวัน  ANIL Sathorn 12 (อนิล สาทร 12)  ออกแบบส่วนครัวรองรับ “สองอ่างล้างจาน” พร้อมคิดคำนวณ “ระยะก๊อกน้ำ”  ที่ลูกบ้านสามารถเตรียมอาหารได้สะอาดถูกสุขอนามัยได้ตลอดเวลา และยังมีอุปกรณ์ครัวอย่าง Steam Oven” จาก Bosch และ Built in Refrigerator” ตู้เย็นที่มี Temperature Display แสดงอุณหภูมิชัดเจน พร้อมชั้นวางที่แบ่งการเก็บอาหารสดอย่างมีคุณภาพ และยังมีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์บริเวณพื้นที่ส่วนกลางอีกด้วย ทำให้กิจกรรมการทำครัวเป็นเรื่องน่าสนุก ไม่ว่าจะเป็น “ผู้ปกครอง” หรือ “นักเรียน” คนวัยใดก็สามารถทำกิจกรรมนี้ร่วมกันได้ในห้องพักอาศัย ยามว่างหรือวันสุดสัปดาห์ของคุณ

 

 

–Light ( การออกแบบแสงสว่างที่เหมาะสม)–

 

            “นักเรียนนักศึกษา” เป็นวัยที่ต้องการการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ แต่จะทำอย่างไรดี ? หากคุณเป็น “ผู้ปกครอง” วัยทำงานต้องการทำงานให้เสร็จภายในคืนนี้  การจัดการแสงไฟจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย โครงการANIL Sathorn 12 (อนิล สาทร 12)  ออกแบบแสงสว่างให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ใช้งาน ป้องกันแสงจ้าที่เกิดจากแสงประดิษฐ์และแสงธรรมชาติ อย่าง “ห้องนอน” ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงคุณภาพการนอนอย่างมีประสิทธิภาพ คัดสรรวัสดุอย่างหลอดไฟตามมาตราฐาน อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคทุกชนิดเป็นแบบไม่มีแสงไฟ และยังมีการติดตั้ง “ม่านป้องกันแสงเข้า 100% (Black-out shade)” และ “เซนเซอร์เปิดไฟนำทางเฉพาะจุด” ไปห้องน้ำในตอนกลางคืน ทำให้ลูกบ้านไม่จำเป็นต้องเปิดไฟสว่างทั้งห้องให้รบกวนการนอนอีกต่อไป

 

 

 

–Fitness ( สุขภาพและความแข็งแรงของร่างกาย)–

 

           พื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการ ANIL Sathorn 12 (อนิล สาทร 12)  รองรับพร้อมสนับสนุนการออกกำลังของลูกบ้านทุกวัย ไม่ว่าจะเป็น “ผู้ปกครอง” หรือ “นักเรียน”  การคำนวณจำนวนอุปกรณ์ออกกำลังกาย โดยเครื่องคาดิโอ (Cardiorespiratory Exercise Equipment) และเครื่องเสริมสร้างกล้ามเนื้อ (Muscle-strengthening Exercise Equipment) ให้พอเพียงต่อจำนวนผู้พักอาศัย ตามมาตรฐาน WELL Building Standard  มีพื้นที่จอดจักรยานพร้อมอุปกรณ์ซ่อมบำรุง  หากผู้ปกครองวัยทำงานอาจไม่ชอบการออกกำลังด้วยเครื่องออกกำลังกาย ภายในสวนหน้าโครงการยังมีการออกแบบทางเดินเท้าภายในโครงการให้น่าเดิน  เพิ่มม้านั่งภายในสวนหน้าโครงการ อีกด้วย

 

 

–Comfort (ความรู้สึกสบาย)–

 

           ความสบายในการอยู่อาศัยของลูกบ้าน ถูกรองรับด้วยการออกแบบของโครงการที่มีคำนึงถึงการควบคุม  “อุณหภูมิ ความชื้น และความเร็วลม” เพื่อให้ได้ตามค่ามาตรฐาน (ASHRAE 55) รวมทั้ง “เสียง” ด้วยกระจกคุณภาพกรองเสียงภายนอกอาคาร สมาธิในการอ่านหนังสือของ “นักเรียน” และสมาธิในการทำงานของ “ผู้ปกครอง” วัยทำงาน จึงไม่ถูกรบกวนด้วยเสียงภายนอกอาคารอีกต่อไป นอกจากนี้ โครงการ ANIL Sathorn 12 (อนิล สาทร 12)  ยังเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสียงรบกวนน้อยอีกด้วย

 

 

 

–Mind (สุขภาวะทางจิตใจ)–

 

 

            คงจะดีไม่น้อย หากมีคอนโดมิเนียมที่ให้ความสำคัญในด้านจิตใจลูกบ้านอย่างแท้จริง และสิ่งนั้นก็ได้เกิดขึ้นแล้วที่ โครงการ ANIL Sathorn 12 (อนิล สาทร 12) ไม่ว่าจะเป็น “ผู้ปกครอง” หรือ “นักเรียน” ก็สามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้ตลอดเวลาด้วย WELL Guideline” และ “ห้องสมุด” ที่เต็มไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ การออกกำลังกาย หรืออาหารเพื่อสุขภาพ และยังมีการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางผสานไปกับธรรมชาติ สร้างสรรค์ Art work บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง  รวมทั้งความสูงของเพดาน 3 เมตรของห้องพักอาศัย ที่ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง สบายในการอยู่อาศัย  

 

 

             หากถามว่า ANIL Sathorn 12 (อนิล สาทร 12) มีความพิเศษเหนือกว่าคอนโดมิเนียมทั่วไปอย่างไรนั้น ต้องยกเอา 3 รางวัล Best Condo Development (Thailand) และ Best Luxury Condo Development (Bangkok) พร้อมทั้ง Highly Commended Best Green จาก Thailand Property Awards 2019 ที่ช่วยการันตีความโดดเด่นของคุณภาพโครงการ

 

           

            ทั้งหมดนี้ คือเรื่องราวของ  ANIL Sathorn 12 (อนิล สาทร 12)  คอนโดมิเนียมแรกในประเทศไทยที่ผ่านการรับรอง WELL Multifamily Precertified™ Gold Level ตามมาตรฐาน WELL Building Standard สร้างความมั่นใจได้ถึงคุณภาพชีวิตได้ทั้งครอบครัว บนทำเลสีลม--สาทร รองรับการทำงานและการศึกษาของทุกคนในครอบครัว โดยโครงการ ANIL Sathorn 12 ได้ผ่าน EIA และเริ่มทำการก่อสร้างแล้ว ทั้งนี้สามารถชมห้องตัวอย่างได้ที่ Sales Gallery, อาคาร AIA Sathorn Tower ชั้น 12 สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ http://bit.ly/2W6HoRG หรือโทร. 02-652-4000

 

ขอบคุณข้อมูลจาก ANIL Sathorn12 

อ่านเพิ่มเติมจาก Recommended โครงการใหม่

แสดงความคิดเห็น
ติดตามข่าวด่วน บทความอสังหาฯ การลงทุนบน Facebook คลิ๊กที่นี่

Recommended


Close