ค้นหาข่าว

Pony Ma กับความเห็นเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐจะเปลี่ยนจากสงครามการค้าเป็นสงครามวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรือไม่

11/06/2019 อ่าน 280 คน

ขนาดตัวอักษร:

          Pony Ma (Ma Huateng) ของ Tencent กล่าวว่าเขาเฝ้าดูว่าสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐจะเปลี่ยนจากสงครามการค้าเป็นสงครามวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรือไม่

         

เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น 36kr ได้เปิดเผยบทสัมภาษณ์ของ Pony Ma ในงานประชุมพันธมิตรระดับโลกของ Tencent Global ในกรณีการพูดถึงสงครามการค้ระหว่างสหรัฐและจีน ที่ทางการสหรัฐได้เพิ่ม Huawei และ บริษัท ในเครือไปยังสำนักอุตสาหกรรมและการรักษาความปลอดภัยซึ่งจะทำให้บริษัทสหรัฐดำเนินธุรกิจกับยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีนได้ยากขึ้น Pony Ma ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ไว้ว่าหลังจากกรณีของ ZTE และ Huawei ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นหากเราไม่ทำงานหนักต่อไปในการวิจัยพื้นฐานและเทคโนโลยีสำคัญ ๆ เศรษฐกิจดิจิทัลของเราจะเป็นอาคารสูงบนพื้นทรายยากต่อการรักษา ไม่ต้องพูดถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่จากไดรเวอร์เก่าของ การเจริญเติบโตหรือการส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง” และยังกล่าวอีกว่าจีนเป็นผู้นำในระดับแนวหน้าเรื่องการพัฒนาอยู่ในตอนนี้

 

Source : www.businessoffashion.com


          Pony Ma ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา Tencent จึงได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ห้องทดลองควอนตัมและห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์อย่างต่อเนื่องเพื่อรวบรวมคนที่มีความสามารถจากด้านต่าง ๆ เพื่อการสำรวจ จากการพัฒนาระยะยาวของเรา เราได้ร่วมกันเปิดตัว Science Discovery Award กับนักวิชาการที่มีชื่อเสียง ในแง่ของมูลค่ามีความจำเป็นที่จะต้องให้คุณค่าที่ถูกต้องทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาในชีวิตของหลายพันครอบครัวและเข้ามาในผู้คนนำความสะดวกสบายและความเสี่ยง รากฐานที่สำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลคือการรวมคุณค่าของความดีเข้ากับเทคโนโลยีและเป็นรหัส ดังนั้น Tencent เสนอว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ได้เป็นที่สนใจของอินเทอร์เน็ตสาธารณะ แต่เพื่อสร้างความเชื่อร่วมกันในการวิวัฒนาการของมนุษย์จากอารยธรรมอุตสาหกรรมสู่อารยธรรมดิจิตอลนี่เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์และภารกิจใหม่ของเทนเซนต์

          ปัจจุบัน Tencent เป็นเจ้าของสื่อสังคม Social media อย่าง WeChat และ QQ นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของเกมดังอย่าง ROV, League of Legends เป็นต้น และยังเป็นหุ้นส่วนของบริษัทเกมอีกหลายแห่ง เช่น Blizzard เจ้าของเกมดังอย่าง World of Warcraft และบริษัท Garena ผู้จัดจำหน่ายเกมในประเทศไทย และสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน Tencent ยังมีหุ้นอยู่ในกิจการต่างๆ เช่น JD.com แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเจ้าใหญ่, Didi Dache แอพบริการเรียกแท็กซี่,Meituan.com สตาร์ตอัพขายดีลแบบเดียวกับ Groupon นอกจากนี้ Tencent ยังไปลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่ไม่ใช่ไอที อย่างอสังหาริมทรัพย์ สุขภาพ ฯลฯ รวมถึงเซ็นสัญญาเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทสื่ออเมริกันอย่าง HBO, NBA, Warner Bros. เพื่อเป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงรายเดียวในประเทศจีนอีกด้วย เรียกว่านอกจากสื่อดิจิทัลที่เป็นเกมแล้ว Tencent ยังพยายามจะกินรวบตลาดจีนให้หมด ทั้งเนื้อหาวิดีโอ เพลง กีฬา อีบุ๊ก ฯลฯ ส่วนในประเทศไทยธุรกิจของ Tencent เลือกทำตลาดในชื่อแบรนด์ Sanook และมีผลิตภัณฑ์ที่เข้าทำตลาดประเทศไทยอย่าง WeChat และ Joox

          เราก็ต้องมาจับตาดูกันต่อไปว่าสงครามการค้าครั้งนี้ใครจะเป็นผู้ชนะ จะไปต่อในรูปแบบไหน และจะมีจุดจบอย่างไร ซึ่งทาง Terrabkk จะคอยเกาะติดและนำเสนอข้อมูลให้กับทุกๆท่านได้ทราบกัน

 

อ่านเพิ่มเติมจาก Advice จับตาเทรนด์โลก การเงิน การลงทุน

แสดงความคิดเห็น
ติดตามข่าวด่วน บทความอสังหาฯ การลงทุนบน Facebook คลิ๊กที่นี่

Recommended


Close