ค้นหาข่าว

รวมวิธีง่ายๆ ทำงานออฟฟิศยังไง “ไม่ให้อ้วนขึ้น”

FONT SIZE:
เป็นสาวออฟฟิศ ทำงานทั้งวัน ต้องใช้พลัง ต้องใช้สมอง ก็เลยต้องกินให้อิ่ม
แถมเข้างานแต่เช้า เลิกงานก็เย็นแล้ว กว่าจะกลับถึงบ้านก็มืดค่ำ ไม่มีเวลาออกกำลังกาย
กลัวอ้วน กลัวน้ำหนักขึ้น ทำยังไงดี ??!!

สาวออฟฟิศคนไหนที่กำลังเจอปัญหาแบบนี้อยู่ ลองดูเทคนิคที่เรานำมาฝากกันก่อนน้าา

1. งดน้ำหวาน แล้วดื่มน้ำเปล่าเท่านั้น!

เชื่อว่าออฟฟิศส่วนใหญ่ จะต้องมีร้านกาแฟ ร้านน้ำหวาน ร้านน้ำปั่นอยู่ใกล้ๆ ตอนเช้าก่อนเข้าออฟฟิศก็ต้องจัดไปสักแก้ว กินข้าวเที่ยงเสร็จก็ต้องจัดอีกแก้ว ใครที่ทำแบบนี้อยู่ต้องหยุดด่วนๆ ค่าา เพราะน้ำหวานที่เราดื่มกันทุกวันนี่แหละเป็นแหล่งน้ำตาลชั้นดีเลย ถ้าเรารับน้ำตาลมากเกินไป ร่างกายก็เผาผลาญออกได้ไม่หมด และผลที่ตามมาก็คือความอ้วน ดังนั้น จงเลิกดื่มน้ำหวานทุกชนิด ทั้งกาแฟที่ใส่นมใส่น้ำตาล ชาเย็น ชาเขียว ชาไข่มุก น้ำอัดลม รวมถึงน้ำขวดๆ ที่ขายตามร้านสะดวกซื้อด้วยน้า ให้ดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียว แต่ถ้าใครที่ติดน้ำหวานมากแบบไม่สามารถงดแบบหักดิบได้ ค่อยๆ ลดปริมาณดูก่อนก็ได้ค่ะ จากที่ดื่มทุกวัน ก็ลดเหลือสัปดาห์ละ 3 วัน แล้วเหลือ 1 วัน แล้วก็งดไปเลยจะดีที่สุดค่ะ

 

2. ขยับตัวให้เยอะขึ้น เดินให้เยอะขึ้น

 

สาวออฟฟิศส่วนใหญ่จะนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทั้งวัน ทำให้พลังงานในร่างกายถูกใช้ไปน้อยมาก แถมยังกินข้าว กินขนมต่างๆ เพิ่มเข้าไปอีก ถ้าเป็นแบบนี้ไปนานๆ ไม่ดีแน่ค่ะ ลองเปลี่ยนมาขยับและเคลื่อนไหวร่างกายให้เยอะขึ้นกันดีกว่า ถ้าใครที่นั่งรถโดยสารมาทำงานก็อาจจะลงป้ายก่อนที่จะถึงป้ายหน้าออฟฟิศสักหนึ่งป้ายแล้วเดินมา จากที่เคยใช้ลิฟต์ก็เปลี่ยนมาเดินขึ้นลงบันไดแทน หรือระหว่างวันก็ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เดินไปเดินมาบ้าง เท่านี้ก็จะทำให้เราได้เผาผลาญพลังงานมากขึ้นแล้วววว

 

3. ไม่เก็บขนมไว้ที่โต๊ะทำงาน

 

บางคนมีขนมวางอยู่บนโต๊ะบ้าง ในลิ้นชักบ้าง ต้องเอาออกไปให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว เพราะขนมมีแต่แป้งและน้ำตาล สาเหตุหลักของความอ้วนเลย การที่มีขนมวางอยู่ใกล้ๆ จะทำให้เราหยิบมากินง่ายขึ้น ยิ่งถ้ากินไปทำงานไป เราก็จะกินเยอะแบบไม่รู้ตัว วิธีแก้ก็คือ ให้เลือกกินเป็นผลไม้ ถั่ว หรือธัญพืชต่างๆ แทน มีประโยชน์กว่าหลายเท่าจ้าา

 

4. กินผลไม้แบบไม่จิ้มพริกเกลือ

 

ไม่อยากอ้วนก็ต้องกินผลไม้ แต่ถ้ากินผลไม้แล้วจิ้มพริกเกลือหมดเป็นถุงๆ รับรองว่าระดับน้ำตาลจะต้องพุ่งกระฉูดแน่นอน ถึงจะเรียกว่าพริกเกลือ แต่ส่วนผสมหลักก็คือน้ำตาลค่ะ กินเยอะเกินไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้น เวลาซื้อผลไม้ที่มักจะให้พริกเกลือมาด้วย อย่างเช่น มะม่วง ฝรั่ง สับปะรด ก็บอกแม่ค้าว่าขอไม่เอาพริกเกลือ เท่านี้เราก็จะได้กินแต่ผลไม้ ได้รับน้ำตาลจากธรรมชาติ ดีกว่ากันเยอะเลยค่าาา

 

5. เลือกกินให้มากขึ้น หรือห่อข้าวมากินเอง

 

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำอาหารกินเอง ก็ต้องรู้จักเลือกกินให้เป็น พยายามเลี่ยงของทอด ของมัน ให้เลือกเป็นอาหารต้มๆ นึ่งๆ แทน เช่น เกาเหลา สุกี้ ถ้าอยากกินข้าวก็อาจจะสั่งกับข้าวเป็น ต้มจืด แกงส้ม หรือผัดผักแบบน้ำมันน้อยๆ และสั่งแบบไม่ใส่ผงชูรส เพราะผงชูรสมีโซเดียมสูง ทำให้ตัวบวมได้จ้า แต่ถ้าใครที่สะดวกทำอาหารและสามารถห่อข้าวมากินเองได้ก็จะดีมากเลยค่ะ เพราะการที่เราทำอาหารเอง เราจะสามารถเลือกวัตถุดิบที่ดีต่อร่างกายได้ ให้ลองเปลี่ยนมากินข้าวกล้องเพราะมีใยอาหารสูงกว่าข้าวขาว กินเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ใช้การต้มหรือนึ่ง แทนการผัดและทอด แล้วก็อย่าลืมกินผักเยอะๆ ด้วยนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  https://sistacafe.com

แสดงความคิดเห็น
ติดตามข่าวด่วน บทความอสังหาฯ การลงทุนบน Facebook คลิ๊กที่นี่

Recommended


Close