ค้นหาข่าว

บาทแข็ง ถล่มเป้าส่งออก”62 ดิ้นประกันความเสี่ยง ชะลอลงทุน

IG google plus
FONT SIZE:

ปัจจัยเศรษฐกิจโลกและคู่ค้ารายใหญ่ทั้งในสหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน และอังกฤษ ยังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในกฎการค้าใหม่

 

ตราบที่สงครามเย็นทางการค้ายังไม่มีฉากจบ ผนวกกับปัจจัยภายในประเทศที่ไร้ปัจจัยบวก อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่า-ผันผวน ยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อการส่งออก ซึ่งปลายปีที่ผ่านมา มีการประเมินตัวเลขการส่งออกบนสมมุติฐาน อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 31-32 เหรียญสหรัฐ แข็งค่ามากที่สุดในรอบ 7 เดือน

 

เหนือสิ่งอื่นใด ปัจจัยการเลือกตั้งที่อยู่ในทุกตารางแผนงานขององค์กรธุรกิจ ยังไม่มีความชัดเจนผู้ส่งออกไทยจึงเปิดศักราชด้วยสารพัดปัจจัยเสี่ยง ต้องหาทางหนีกับดัก ค้นหาออร์เดอร์ใหม่ ๆ พุ่งชนอุปสรรค ไปสู่เป้าหมาย 5-7% ให้ได้

 

บาทแข็ง-หอการค้าไทยถกทวนเป้าส่งออกใหม่

 

“นายกลินท์ สารสิน” ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยอมรับว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นัดแรกของปีนี้ 9 มกราคม 2562 จะพิจารณาทบทวนตัวเลขทางเศรษฐกิจใหม่ เพื่อให้สอดรับกับปัจจัยที่เปลี่ยนแปลง โดยตัวเลขการส่งออกในปี 2561 ที่ประเมินไว้ว่าจะขยายตัว 8% ส่วนในปี 2562 คาดว่าจะขยายตัว 5-7% ขณะนั้นปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 33 บาท/เหรียญสหรัฐ แต่ขณะนี้บาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งต้องพิจารณาว่าประเทศคู่แข่งมีอัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงอย่างไรเทียบกับคู่ค้าด้วย และประเมินว่าสินค้าของเรายังเป็นที่ต้องการของตลาดหรือไม่

 

สอดรับกับ “นายสนั่น อังอุบลกุล” ประธาน (ฝ่ายเอกชน) ในฐานะประธานคณะทำงานสานพลังประชารัฐ ด้านการส่งเสริมการค้า ธุรกิจบริการ และการลงทุนในต่างประเทศ (D4) ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนตัวเลขเป้าหมายการส่งออกใหม่ และต้องหารือกับสมาชิกในแต่ละภาคอุตสาหกรรมว่าจะมีการประเมินตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างไร และจะปรับตัวอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ ทุกฝ่ายชะลอการลงทุนเพื่อรอประเมินสถานการณ์ความไม่แน่นอนสูง ประกันความเสี่ยง-ชะลอลงทุน

 

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก) กล่าวว่า กรณีบาทแข็งค่าส่งผลกระทบต่อการส่งออก จำเป็นต้องมีการปรับประมาณการใหม่

 

“แนวทางการรับมือประเด็นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนนั้น เอกชนจำเป็นต้องประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ป้องกันไม่ให้ขาดทุนไปมากกว่านี้ เพราะปีนี้มีความผันผวนมาก เราประเมินว่าเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนจะมีผลกระทบในระยะสั้น เพราะหลังเฟดประกาศว่าจะยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นก็กระทบทั่วโลก แต่ไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียว บรรยากาศไม่ค่อยเอื้อให้ลุย ยกเว้นแต่จะมีความชัดเจนเกิดขึ้นเสียก่อน”

 

ทั้งนี้ในช่วงปีที่ผ่านมา ได้มีการเร่งนำเข้าสินค้าทุนเป็นจำนวนมากเพื่อมาปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต แต่ขณะนี้สถานการณ์ไม่ค่อยมีความชัดเจน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงชะลอลงทุนเพื่อประเมินสถานการณ์ หนีตายสร้างนวัตกรรม-ปรับปรุงผลิตภัณฑ์-ลดต้นทุนกลุ่มผู้ส่งออกมีการปรับตัวไปแล้วในหลายส่วน เช่น การสร้างนวัตกรรม ปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ยังหาวิธีการลดต้นทุนโดยการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วย และลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์

 

“ในช่วงครึ่งปีแรกจะต้องรักษาการส่งออกให้ขยายตัว 5% เพื่อที่ในช่วงครึ่งปีหลังจะไม่เหนื่อยเกินไป และยังเป็นช่วงที่มีโมเมนตัมจากช่วงปลายปีที่ผ่านมาเข้ามาช่วย แต่ที่สำคัญเรื่องสงครามการค้ายังไม่นิ่ง เพราะถึงแม้ว่าสหรัฐ-จีนจะมีการเจรจา แต่ก็มีความเป็นไปได้หลายทาง เช่น เจรจาแล้วจะได้ข้อสรุปเชิงบวกหรือไม่ กล่าวคือไม่มีการประกาศขึ้นภาษีสินค้ารายการใดเพิ่ม และเบรกการขึ้นภาษีสินค้าลอต 3 รวมถึงเปิดให้มีการเจรจาขั้นต่อไป”

 

จีดีพีโลกหด-ดอกเบี้ยขาขึ้น เร่งหาตลาดใหม่

 

ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ส่งออกไตรมาสแรกยังพอไปได้ แต่คาดว่าจะไม่โตไปมากกว่านี้ หรือช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งผลกระทบหลักยังคงให้น้ำหนักไปที่ค่าเงินบาท สงครามการค้าที่ยืดเยื้อจะส่งผลให้ GDP โลกทั้งปี 2562 ลดลง 0.5% รวมถึงอัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกันไทยเองต้องปรับทิศทางการส่งออกสินค้าไปยังตลาดใหม่ด้วย

 

“เราต้องมองหาตลาดใหม่ด้วย ไม่ควรมุ่งตลาดเดิม ภาครัฐควรเจาะตลาด ศึกษารสนิยมการบริโภคตลาดใหม่ ๆ เช่น ตลาด UAE 80% เป็นชาวมุสลิม มีอาหารแปรรูปค่อนข้างใหญ่ ซึ่งผมมองว่าตะวันออกกลาง อินเดีย โดยเฉพาะแค่ดูไบ เป็นตลาดที่น่าส่งสินค้าเกษตรไปให้มากขึ้น เราไม่ควรพึ่งตลาดจีนเพียงอย่างเดียว”

 

พ่อค้าข้าวโอด-ราคาฮวบ คู่แข่งเพียบ

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า “มีปัจจัยเสี่ยงรุมเร้ามาก นอกจากค่าบาทแข็งจากตอนที่รับออร์เดอร์ไว้ในช่วงปลายปี 32 บาท ตอนนี้หายไป 1 บาท ราคาข้าวของไทยปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่ง เช่น อินเดียมีนโยบายสนับสนุนการส่งออก 5% และค่าเงินอินเดียก็มีความได้เปรียบ ส่งผลให้ราคาข้าวขาวและข้าวนึ่งของอินเดียถูกกว่าไทยตันละ 20-30 เหรียญสหรัฐ ขณะเดียวกัน เวียดนามก็ไม่สามารถส่งออกข้าวไปยังประเทศจีนได้ เพราะจีนมีสต๊อกข้าวเยอะ จึงนำข้าวออกมาส่งออกแข่งกับไทยด้วย”

“การส่งออกข้าวในช่วงนี้ยังน่าห่วง สมาคมคาดการณ์ว่าในปี 2562 อาจจะต้องมีการทบทวนเป้าหมายการส่งออก จากเดิมที่วางไว้ 10 ล้านตัน ส่วนการส่งออกในปี 2561 คาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 11 ล้านตัน” ร.ต.ท.เจริญกล่าว

 

เครื่องใช้ไฟฟ้าจับตาเจรจาจีน-สหรัฐ

 

นางกนิษฐ์ เมืองกระจ่าง ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม ส.อ.ท. กล่าวว่า ส่งออกไตรมาสแรกปีนี้ บรรยากาศภาพรวมถึงขณะนี้ค่อนข้างแย่ลง จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง และโดยเฉพาะฐานผลิตไทยและเวียดนามของผู้ประกอบการไทยมีการส่งออกชิ้นส่วนให้กับจีนในการผลิตเพื่อส่งออกไปสหรัฐ จากผลกระทบจากเทรดวอร์ยังคงเป็นแรงกดดัน จึงต้องจับตาการหารือของ 2 ผู้นำระหว่างสหรัฐและจีน ที่กรุงปักกิ่งเร็ว ๆ นี้

 

เครื่องนุ่งห่มหวั่นสงครามการค้า

 

ด้าน นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า หากไม่มีความชัดเจนหรือข้อตกลงทางการค้าจีน-สหรัฐไปในทิศทางที่เป็นบวก อาจจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกเครื่องนุ่งห่ม เนื่องจากตลาดหลักคือสหรัฐ มีสัดส่วนการส่งออกประมาณ 30% ซึ่งจะกระทบต่อคำสั่งซื้อ ส่วนปัจจัยเบร็กซิตยังคงต้องติดตามต่อเนื่องเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นตลาดหลัก

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.prachachat.net

แสดงความคิดเห็น
ติดตามข่าวด่วน บทความอสังหาฯ การลงทุนบน Facebook คลิ๊กที่นี่

Recommended


Close