ค้นหาข่าว

ทำไมคนรวยถึงรวยขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่คนจนก็ยังจน

FONT SIZE:

ทำไมเราถึงเห็นบางคนในยุคนี้ รวยเอา รวยเอา เจ้าสัวทั้งหลายมีเงินเพิ่มขึ้นทุกปี โดยดูจากสถิติ ของคนที่มีทรัพย์สิน อันดับต้นๆ ของประเทศไทย แต่รากหญ้าและชนชั้นกลางอย่างเรา ทำงานไป แม้กระทั่งเงินเก็บยังไม่มี ซึ่งดูได้จากสถิติคนจน มากกว่านั้น คนไทยยังเป็นหนี้อีก ซึ่งสถิติการเป็นหนี้คนไทยในนั้นสูงระดับโลก 

อะไรที่แบ่งแยกระหว่างคนจนคนรวย ทำไมคนจนถึงจนมากขึ้น ทำไมคนรวยถึงรวยขึ้น rabbit finance จะมาบอกสาเหตุว่าทำไมคนจนถึงจน และวิธีรวยของเศรษฐีระดับ Top ของประเทศครับ 

สาเหตุที่ทำให้ คนจน จนลงเรื่อยๆ

คนจนคนรวย

มีหลายเหตุผลครับ ที่ทำให้คนจนไม่มีเงินพอใช้ แต่เหตุผลหลักๆ ก็จะมีดังนี้ครับ

ขาดวินัยการใช้เงิน

สาเหตุหลักสำหรับคนจนส่วนใหญ่คือ การขาดวินัยการใช้เงิน เชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้ว่า เราควรเก็บเงินก่อนนำมาใช้ แต่หลายคนก็ทำไม่ได้ เพราะเมื่อเห็นสิ่งที่อยากได้ ก็จะมีอาการมือสั่นอยากหยิบเงินจ่ายขึ้นมาทันที หรือถึงแม้จะกันเงินเป็นเงินเก็บไว้ก่อนใช้แล้ว แต่พอเห็นของที่อยากได้ก็อดใจไม่ไหว จนต้องเอาเงินออกมาใช้

เป็นหนี้

เมื่อไม่มีวินัยการใช้เงิน เงินที่มีจึงไม่พอ ทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสินมา ซึ่งเมื่อคุณเข้าสู่วงจรหนี้แล้ว คุณจะอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากมาก ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ย ซึ่งน้อยคนที่จะสามารถใช้หนี้ได้ครบทั้งก้อนและตรงตามเวลา ส่วนใหญ่จะใช้ได้เฉพาะเงินต้น ส่วนของดอกเบี้ยก็ออกดอกออกผลพอกพูนจนกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็ไม่มีความสามารถที่จะใช้หนี้ได้หมดถ้าไม่หารายได้มาเพิ่มอย่างจริงจัง 

คนจนคนรวย
CC: wealthcare.krungthai-axa.co.th

ซื้อของที่ไม่จำเป็น

หลายคนไม่สังเกตว่าตัวเองใช้จ่ายเงินไปกับอะไรบ้าง เช่น หลายคนประหยัดค่าอาหาร แต่จ่ายเงินไปกับเครื่องดื่มแก้วละ 150 บาท ทุกวัน วันไหนไม่ได้กินรู้สึกมีอะไรขาดหายไปจากชีวิต และหลายคนที่ติดบุหรี่ ถ้าไม่ได้สูบจะรู้สึกหงุดหงิด ยิ่งมีความเครียดด้วยแล้ว ยิ่งสูบ ก็ยิ่งเปลืองบุหรี่ ซึ่งบุหรี่นอกจากจะทำลายสุขภาพอย่างที่รู้กันแล้ว ยังถือเป็นเรื่องสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

สาเหตุที่ทำให้คนรวยยิ่งรวยขึ้น

คนจนคนรวย

มีความรู้เรื่องทรัพย์สิน

คนรวยรู้จักเรื่องทรัพย์สิน โดยรู้ว่าทรัพย์สินอะไรสามารถเพิ่มพูนขึ้นเองได้ และทรัพย์สินอะไรที่เก็บแล้วมีแต่จะเสื่อม และเขาจะหาเงินมาซื้อทรัพย์สินที่มีโอกาสเพิ่มค่า มากกว่าทรัพย์สินที่เสื่อมค่า 

ทรัพย์สินที่เก็บแล้วมีแต่เสื่อม

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ รถยนต์ ซึ่งถ้าใครซื้อป้ายแดงออกมามูลค่ารถของคุณก็ลดลงไป 2-3 แสนบาทแล้ว ซื้อรถแล้วยังต้องมีค่าประกันรถยนต์ มีค่าน้ำมัน ใช้ไปเรื่อยๆ ต้องเปลี่ยนยาง เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เครื่องยนต์เสื่อมต้องซ่อม โดนชนราคารถก็ตกอีก เห็นได้ชัดว่า รถยนต์ 1 คัน มีค่าใช้จ่ายเยอะขนาดไหน

รถเก่าเมื่อขายต่อ ก็จะได้ราคาที่ต่ำ เนื่องจากสภาพเครื่องยนต์ที่ใช้งานแล้ว  รถยนต์จึงถือเป็น ทรัพย์สินเสื่อมค่า (รถยนต์ในที่นี้หมายถึงรถทั่วไปนะครับ ไม่ใช่รถเก่าที่มีตำนาน และดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ แบบนั้นยิ่งเก่ายิ่งราคาสูงครับ)

ทรัพย์สินที่เก็บแล้วมีโอกาสเพิ่มมูลค่า

ผมใช้คำว่า โอกาสเพิ่มมูลค่า สาเหตุที่ใช้คำว่า โอกาส เพราะทรัพย์สินเหล่านี้ราคาจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คุณอาจขาดทุน เท่าทุน หรือกำไรได้ทุกเมื่อ แต่คนรวยจะใส่ใจกับทรัพย์สินในส่วนนี้มาก และเงินของคนรวยจะอยู่ในทรัพย์สินเหล่านี้

ทรัพย์สินที่เพิ่มมูลค่า ได้แก่ หุ้น กองทุน ทองคำ ที่ดิน รวมทั้งของเก่าเก็บที่ยิ่งเก่ายิ่งมีราคาที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ พระเครื่องบางรุ่น กระเพาะปลา รถเก่าคลาสสิค ภาพวาดจิตรกรชื่อดัง เป็นต้น 

คนจนคนรวย
CC: blog.goodaudience.com

ในบทความนี้ เราจะขอเน้นไปที่ หุ้น ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่คนรวยระดับประเทศถืออยู่เป็นจำนวนมากอย่างเห็นได้ชัด โดยคนรวยในที่นี้ เราหมายถึง เศรษฐีไทยอันดับต้นๆ ซึ่งดูได้จากสัดส่วนการถือหุ้น โดยหากธุรกิจของเขาเองโต กำไรดี จะส่งผลให้มีผู้สนใจเข้าซื้อหุ้นเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากหุ้นสามารถทำราคาได้ เพราะนักลงทุนที่เข้ามาซื้อคาดหวังปันผลที่มากตามกำไรของบริษัท จึงทำให้ราคาหุ้นที่เศรษฐีเหล่านี้ถือเพิ่มสูงขึ้น เราจึงเรียก หุ้น ว่าเป็น ทรัพย์สินที่มีโอกาสเพิ่มมูลค่า

รู้แบบนี้แล้ว เหมือนรู้ไปก็เท่านั้น ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ก็ปล่อยให้คนรวยๆ ไป แบบนี้ไม่ได้ครับ เรารู้แบบนี้แล้ว เราเองก็มีสิทธิ์ใช้ระบบเดียวกับเจ้าสัวท้้งหลาย โดยเราไม่ต้องลงแรงเข้าไปบริหารธุรกิจเลยก็ได้ เรียกว่าได้เงินแบบเจ้าสัว แต่ไม่ต้องลงแรงเลย ทำอย่างไร

ลงทุนในบริษัทของเจ้าสัว

การที่เราลงทุนในบริษัทเดียวกับคนที่รวยระดับ Top ของประเทศ เปรียบเสมือนเรานำเงินไปลงในที่เดียวกับคนรวย และเจ้าสัวจะมีคนคอยดูแลหุ้นไม่ให้ราคาตกอยู่แล้ว (ยกเว้นเจ้าสัวจะเทขายเอง) ซึ่งถ้าหุ้นบริษัทเหล่านั้นขึ้น เราก็มีโอกาสรวยไปกับเจ้าสัว โดยหุ้นยอดฮิตที่เจ้าสัวชื่อดังถืออยู่นั้นมีเด่นๆ อยู่ 3 ตัว ซึ่งถ้าทราบว่าหุ้นนี้เป็นหุ้นบริษัทอะไร คุณต้องร้อง อ๋อ 

คนจนคนรวย
CC: gigazine.net

หุ้น CPALL

เป็นบริษัทของ พี่น้องตระกูลเจียรวนนท์ โดยเจ้าสัวที่ถูกจัดอันดับว่ารวยที่สุดในไทยก็มีหุ้นอยู่ใน CPALL เป็นจำนวนมาก นั่นก็คือ คุณธนินท์ เจียรวนนท์ CPALL มีหน้าที่ดูแล 7-eleven ทั่วทุกแห่งในไทย มีคนเข้าซื้อของ และเข้าไปเดินตากแอร์แทบ 24 ชั่วโมง มีอาหารและสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ให้เลือกหลากหลาย

ไตรมาสแรกของปี 2561 มีกำไร 5,416 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2560 ที่มีกำไร 4764 ล้านบาท  ซึ่งถือว่าโตเยอะมาก ถ้าเทียบจาก scale ความใหญ่ของ CPALL

ราคาหุ้น ณ วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 ราคา offer 76.25 บาท 

คนจนคนรวย
CC: grandsukhumvithotel.com

หุ้น CPN

หลายคนจะเห็น CPN อยู่ที่ป้ายของเซ็นทรัล ซึ่งก็นั่นแหละครับ CPN คือกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา ที่เป็นเจ้าของห้างเซ็นทรัลในไทย ผู้ถือหุ้นหลักคือ ตระกูลจิราธิวัฒน์ ที่ถือเป็นตระกูลที่รวยอันดับ 2 ของประเทศในปีนี้ เราลองมาดูรายได้เซ็นทรัลกัน โดยไตรมาสแรกของปีนี้ทำกำไร 2,822 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกำไรไตรมาสแรกของปีที่แล้ว 2,775 ล้านบาท 

จะเห็นว่ากำไรเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ที่กำไรน้อยไปหน่อยอาจเนื่องจากมีการปรับปรุงพื้นที่ของ Central World และการขาย Central Pattaya Beach เข้ากอง REIT แต่อย่างไรก็ตามเซ็นทรัลมีแผนเพิ่มค่าเช่าไตรมาสละไม่น้อยกว่า 3% ซึ่งให้แพงยังไงก็มี brand ดังมาเช่าอยู่ดีนั่นแหละ 

ราคาหุ้น ณ วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 ราคา offer 72.50 บาท 

คนจนคนรวย
CC: phukethospital.com

หุ้น BDMS

เราจะเห็นตามซองยา ก็เพราะ BDMS เป็นบริษัทที่ดูแลโรงพยาบาลกรุงเทพ, พญาไท,  เปาโล, รอยัล แบงค็อก, สมิติเวช และบีเอ็นเอช ซึ่งเรียกว่าเป็นโรงพยาบาลมาตรฐานขนาดใหญ่ ที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก เจ้าของ BDMS นั่นก็คือ นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ

ซึ่งถือเป็นเศรษฐี อันดับ 8 ของไทยในปีนี้ (เหตุผลที่ข้ามหุ้นของเศรษฐีอันดับ 3-7 มาเนื่องจากเขามีหุ้นในบริษัทต่างประเทศหรือไม่ก็เป็นหุ้นที่คนไม่ค่อยนิยม) เมื่อดูจากผลกำไรไตรมาสแรกปีนี้ มีกำไร 2,919 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าไตรมาส แรกปีก่อนที่มีกำไร 1,973 ล้านบาท

ราคาหุ้น ณ วันที่ 4 กรกฎาคม 2561  ราคา offer 26 บาท 

จะเห็นได้ว่าทั้ง 3 บริษัทนี้โตขึ้นแทบทุกปี ถึงแม้บางบริษัทจะโตไม่เยอะ แต่เป็นบริษัทที่กินส่วนแบ่งตลาดสูง จนเรียกได้ว่าแทบจะผูกขาด และมีลูกค้าเข้าไปใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย จึงเป็นบริษัทที่น่าลงทุนมาก และแต่ละบริษัทก็ใช้เงินลงทุนไม่เยอะอย่างที่คนทั่วไปคิด 

เมื่อคุณทราบแบบนี้แล้ว ขอให้คุณมีวินัยกันเงินมาซื้อหุ้นเหล่านี้ในเวลาที่ราคาตก คุณก็จะได้หุ้นในราคาที่คุ้มมากยิ่งขึ้น อย่ารอช้า รีบเขาไปลงทุนเลยครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก rabbitfinance.com

Share: share on Facebook IG
แสดงความคิดเห็น
ติดตามข่าวด่วน บทความอสังหาฯ การลงทุนบน Facebook คลิ๊กที่นี่

Recommended


Close