เมื่อกล่าวถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หลายคนมักจะนึกถึงการซื้อบ้าน ซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไรระยะยาว แต่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ได้มีเพียงแค่นี้เท่านั้น ยังมีอีกหลากหลายประเภทที่หลายคนยังไม่รู้ ซึ่งมีที่มาของรายได้แตกต่างกันออกไป TerraBKK Research จะขอแนะนำประเภทการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ด้านอื่นๆ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ทราบถึงรายละเอียดว่าจริงๆแล้วแต่ละประเภทมีอะไรบ้าง ดังนี้

1. รายได้จากอสังหาฯ "ประเภทที่อยู่อาศัย (Residential)"

การลงทุนในประเภทที่อยู่อาศัยเป็นประเภทที่เราคุ้นเคยกันดีที่สุด และใกล้ตัวมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม โดยอสังหาฯประเภทที่อยู่อาศัยมักเป็นที่นิยมสำหรับนักลงทุนทั่วไป เช่นการซื้อบ้านเพื่อปล่อยเช่า การซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อเก็งกำไรระยะยาว เพราะที่อยู่อาศัยคือหนึ่งในปัจจัย 4 ของทุกๆคน ดังนั้นการลงทุนในที่อยู่อาศัยค่อนข้างมีความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับอสังหาฯประเภทอื่นๆ

houses-336436_640

รายได้มาจากไหน? : รายได้ของที่อยู่อาศัยมาจากการปล่อยบ้านให้ผู้อื่นเช่า ซึ่งเก็บค่าเช่าเป็นรายเดือน และยังมีรายได้จากการเพิ่มขึ้นของราคาที่อยู่อาศัยเมื่อต้องการขายต่ออีกด้วย

2. รายได้จากอสังหาฯ "ประเภทศูนย์การค้า/พื้นที่สำหรับการค้า (Retail)"

สำหรับอสังหาริมทรัพย์ประเภทพื้นที่การค้า หมายถึงการมีพื้นที่เพื่อให้ร้านมาเช่าสำหรับการเปิดร้านค้าขายของ เช่น พื้นที่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ใต้ออฟฟิส หรือแม้กระทั่งพื้นที่ตลาดนัด โดยจะแบ่งเป็นล็อคหรือเป็นห้อง แล้วเก็บค่าเช่าตามทำเล ซึ่งจะมีการเก็บค่าเช่าตามขนาดพื้นที่ ยิ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่ก็ยิ่งมีค่าเช่าที่แพง

mall-591337_640

รายได้มาจากไหน? : รายได้ของอสังหาฯประเภทนี้มาจากการปล่อยเช่าพื้นที่ โดยค่าเช่าที่ได้จะเป็นค่าเช่าต่อตารางเมตรต่อเดือน บางครั้งเจ้าของพื้นที่อาจจะได้รายได้จากเปอร์เซนต์การขายของผู้เช่า ขึ้นอยู่กับว่าจะตกลงเป็นอย่างใด

3. รายได้จากอสังหาฯ "ประเภทธุรกิจ (Commercial)"

เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ปล่อยเช่าให้กับบริษัทหรือธุรกิจต่างๆเพื่อทำเป็นสำนักงานหรืออฟฟิส ส่วนใหญ่เรามักจะเห็นในรูปแบบของอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ซึ่งจริงๆแล้วแม้จะไม่มีอาคารขนาดใหญ่ก็สามารถทำเป็นออฟฟิสได้เช่นกัน โดยการใช้อาคารพาณิชย์หรือตึกแถวทำเลดีมาตกแต่งให้สวยงาม ก็สามารถปล่อยเช่าเป็นออฟฟิสได้เช่นกัน

partnership-526413_640

รายได้มาจากไหน? : รายได้ของอาคารสำนักงานมาจากค่าเช่ารายเดือน ซึ่งหากเป็นออฟฟิสขนาดใหญ่จะมีการเก็บค่าเช่าเป็นต่อตารางเมตร แต่หากเป็นอาคารพาณิชย์จะเก็บเป็นรายเดือนแบบเหมาทั้งตึก หรือจะแบ่งตึกหนึ่งออกเป็น 2-3 บริษัทก็แล้วแต่ตกลงกัน จะทำให้เก็บค่าเช่าได้หลายทางมากยิ่งขึ้น

4. รายได้จากอสังหาฯ "ประเภทอุตสาหกรรม (Industrial)"

แม้จะไม่ค่อยคุ้นชินกับแบบนี้เท่าไหร่ เพราะเป็นประเภทโรงงาน หรือโกดังที่อยู่แถบชานเมืองและต่างจังหวัด สำหรับเก็บของ ตู้คอนเทนเนอร์ หรือสำหรับเปิดเป็นโรงงานอุตสาหรรม ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่มาก และต้องอยู่ในย่านที่เป็นอุตสาหกรรมเหมือนกัน (ตามกำหนดของผังเมือง) ทั้งนี้การก่อสร้างอาจจะขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า เช่น ต้องมีที่พักให้คนงานกี่หลัง? พื้นที่สามารถรับน้ำหนักได้กี่ตัน? ใช้วางสินค้าประเภทอะไร? เป็นต้น

building-856442_640

รายได้มาจากไหน? : รายได้ของโรงงาน/โกดังมาจากการเก็บค่าเช่าของพื้นที่ แล้วแต่ตกลงกันว่าจะทำสัญญากันกี่ปี นอกจากนี้หากเป็นโกดังสำหรับเก็บของจะมีการคิดค่าเช่าตามขนาดพื้นที่ เช่น 80 บาท/ตร.ม./เดือน หรือตามจำนวนตู้คอนเทนเนอร์ เช่น 50 บาท/1 ตู้คอนเทนเนอร์/เดือน เป็นต้น

5. รายได้จากอสังหาฯ "ประเภทแบบผสม (Mixed-use)"

คือการประยุกต์ให้มีอสังหาฯหลากหลายรูปแบบภายในอาคารเดียว ซึ่งเราจะได้เห็นว่าผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายเริ่มหันมาทำโครงการแบบผสม หรือ Mixed-use กันมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อสร้างความหลากหลายให้กับลูกค้า และช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับธุรกิจด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมที่มีศูนย์การค้าอยู่ด้านล่าง, อาคารสำนักงานที่อยู่บนศูนย์การค้า หรือโรงแรมและคอนโดมิเนียมภายในอาคารเดียวกัน เป็นต้น แต่ไม่ใช่มีเพียงโครงการใหญ่ๆเท่านั้น แต่ในสเกลขนาดเล็กอย่างอาคารพาณิชย์ก็สามารถเป็น Mixed-use ได้เช่นกัน เช่น ด้านล่างให้เช่าเป็นร้านขายของ และด้านบนให้เช่าเป็นที่พักอาศัย เป็นต้น

building-500337_640

รายได้มาจากไหน? : รายได้ของอสังหาฯแบบผสมหรือ Mixed-use เป็นข้อได้เปรียบของเจ้าของทรัพย์ เนื่องจากมีรายได้มาทั้ง 2 ทางคือร้านขายของ และผู้เช่าที่อยู่อาศัย ความเสี่ยงค่อนข้างน้อย เพราะหากผู้เช่ารายใดรายหนึ่งออกไป ก็ยังเหลือผู้เช่าอีกรายหนึ่ง ซึ่งยังพอมีรายได้เข้ามาอยู่บ้าง - เทอร์ร่า บีเคเค

บทความโดย : TerraBKK คลังความรู้

TerraBkk ค้นหาบ้านดี คุ้มค่า ราคาถูก