โครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็น เสา คาน เพดาน พื้น คือส่วนประกอบของบ้านที่หากเกิดการซ่อมแซมจะเป็นการจัดหนักจนกระเป๋าแฟบได้ง่ายๆ เนื่องจากเป็นการซ่อมที่จุดกำเนิดของบ้าน การตรวจสอบและซ่อมแซมก่อนหรือหรือบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย รอยร้าวมีหลายประเภท เกิดได้ในหลายตำแหน่ง และให้ผลกับตัวบ้านแตกต่างกัน รอยแบบไหนกันนะ ที่อันตราย

          รอยเฉียงที่มุมวงกบประตู รอยร้าวบริเวณนี้มักเกิดจากปูนที่ฉาบไว้ เพราะวงกบประตูหน้าต่างส่วนใหญ่ใช้ไม้เป็นวัสดุ ซึ่งจะยืดและหดตัวเมื่ออุณหภูมิและความชื้นเปลี่ยนแปลง ถือเป็นรอยร้าวที่ไม่อันตราย

             วิธีซ่อมแซม หากเป็นรอยเล็กสามารถใช้วัสดุยาร่องเช่นซิลิโคน อะคริลิค ที่มีความยืดหยุ่นไปอัดฉีด แต่หากรอยมีขนาดใหญ่ก็ต้องใช้ปูนชนิดไม่ยืดไม่หดตัวมาอุดแล้วฉาบปูนใหม่ ไม่ควรใช้ปูนทรายธรรมดา เพราะมีโอกาสหดตัว

         รอยแตกลายงาบนผนัง เกิดจากการผสมปูนฉาบผนังไม่ได้สัดส่วน หรือผนังมีการหดตัวเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเป็นเวลาติดต่อกันนานๆ จนทำให้เนื้อปูนฉาบร้าว รอยแตกประเภทนี้ไม่มีอันตราย

             วิธีซ่อมแซม ก่อนอื่นต้องหาสาเหตว่าเกิดจากอะไรกันแน่ด้วยการลองเคาะผนังบริเวณนั้น

             เสียงกลวง แสดงว่าปูนฉาบไม่เกาะผนังและมีโอกาสหลุดร่วงลงมาในอนาคต ให้สกัดเอาผิวปูนฉาบเดิมออก แล้วฉาบใหม่ทับลงไป ไม่ควรผสมปูนซีเมนต์ไล้บางๆ เพราะปูนมีโอกาสหลุดร่วงลงมาในที่สุด

             เสียงโปร่งแต่ทึบ แปลว่าปูนยังเกาะกับผนังดี ให้ทาสีทับ

       รอยดิ่งขึ้นลงบนผนัง เกิดจากการแอ่นตัวของพื้นและคานที่รองรับน้ำหนักมากเกินไป หากพบรอยร้าวลักษณะนี้ควรรีบเคลื่อนย้ายของหนักออกจากบริเวณใกล้เคียง เพราะรอยแตกประเภทนี้ถือว่ามีอันตราย

       รอยแทยงบนผนัง เกิดจากการทรุดตัวของฐานรากหรือเสาบ้านในบริเวณนั้น บ่งบอกถึงความไม่แข็งแรงของโครงสร้าง รอยประเภทนี้อันตรายมาก

       รอยรูปกากบาทและรอยกลางพื้น เกิดจากการรับน้ำหนักไม่ไหวและกำลังจะพังทลายของพื้น อันตรายมาก ควรยู่ให้ห่าง

 

           รอยแบบที่ 3 -5 เป็นรอยร้าวที่อันตรายมาก ไม่สามารถซ่อมด้วยปูนได้ ควรปรึกษาวิศวกรเพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง