ในวันนี้ เชื่อว่าทุกคนต่างรู้สึกตรงกันว่าหนทางการทำธุรกิจในช่วงเวลานี้ช่างยากเย็นและอึมครึมเหลือเกิน เพราะวิกฤตการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ช่างยาวนานแบบไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไร แต่แทนที่จะกังวลจนไม่เป็นอันทำอะไร มาปรับ mindset เชื่อในสัจธรรมที่ว่าในทุกวิกฤตมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ ‘โอกาสหลังวิกฤต โควิด-19’ ก็กำลังจะเกิดขึ้นเช่นกัน

เพียงแค่ทุกธุรกิจไม่ยอมจำนน สิ้นหวัง ใช้ช่วงเวลานี้ศึกษาเรียนรู้จาก “บทเรียน” การแสวงหาโอกาสธุรกิจที่ซ่อนอยู่ในทุกวิกฤต เตรียมการวางแผนการตลาดให้พร้อม เมื่อถึงวันฟ้าหลังฝน ก็สามารถเดินหน้าธุรกิจต่อได้เลยทันทีแบบไม่สะดุด

บทเรียนที่หนึ่ง อีคอมเมิร์ช ขายของออนไลน์ รุ่ง ช่วงวิกฤตโรคระบาด โอกาสหลังวิกฤต โควิด-19’ ของจีน

หากย้อนหลังกลับไปเมื่อปี 2002-2003 ในตอนที่โลกต้องเผชิญกับการวิกฤตการระบาดของโรคทางเดินหายใจแบบเฉียบพลันรุนแรง หรือ โรคซาร์ส แม้ว่าประเทศจีนจะไม่ใช่ศูนย์กลางการระบาดเมื่อตอนเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดเช่นตอนนี้ ทว่า การระบาดของโรคซาร์สในครั้งนั้นก็สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจจีนมหาศาลไม่แพ้กัน
จากรายงานข่าวของ เซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ ยืนยันว่า การแพร่ระบาดของโรคซาร์สในตอนนั้น เป็นเหมือนโอกาสในวิกฤต ตั้งไข่ให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ชจีน ได้ลืมตาอ้าปาก เพราะในตอนนั้น ชาวจีนจำนวนมากหันมาสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความหวาดกลัวไม่กล้าออกไปจับจ่ายนอกบ้าน
ปรากฏการณ์นี้ มีส่วนทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนจำนวนมากก็เปลี่ยนแปลงไป หันมานิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น แม้วิกฤตการระบาดของโรคซาร์สสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม

world.taobao.com

ในห้วงเวลานั้น “อาลีบาบา” บริษัทของ แจ็คหม่า บิดาแห่งวงการอีคอมเมิร์ชจีน ทำรายได้มหาศาลจากการเปิดตัวแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ช “เถาเป่า” (Taobao) 淘寶網 เป็นครั้งแรก ในปี 2003 ระหว่างการระบาดของโรคซาร์ส
ว่ากันว่ายอดขายในช่วงนั้นสามารถโค่นแชมป์อย่าง “อีเบย์” อีคอมเมิร์ชสัญชาติอเมริกันที่ครองตลาดจีนอยู่ในขณะนั้นได้แบบขาดลอย และในปัจจุบัน เถาเป่า ได้ลอยลำขึ้นแท่นเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ชที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปแล้วอย่างภาคภูมิ

www.jd.com

เช่นเดียวกับ อีกหนึ่งบิ๊กเนม “เจดีดอทคอม” JD.com 京东 ที่เป็นอีกหนึ่งแบบอย่างของธุรกิจที่ใช้วิกฤตสร้างโอกาสได้อย่างน่าชื่นชม โดยใช้ช่วงเวลาที่โรคซาร์สระบาด นำเสนอบริการจัดส่งที่รวดเร็วทันใจ พร้อมขยายประเภทสินค้าให้ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น จึงได้ใจผู้บริโภคชาวจีนและก้าวสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ชเบอร์ 2 ของจีน ตาม เถาเป่า ไปติดๆ
ดังนั้น ในช่วง “ฟ้าหลังฝน” ที่วิกฤตไวรัสโควิด-1ระบาดในจีน กำลังจะสิ้นสุดลง ตามรายงานข่าวล่าสุด เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 โฆษกรัฐบาลจีนได้ออกประกาศว่า จุดสูงสุด (Peak) ของการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศจีนได้สิ้นสุดลงแล้ว
ด้านนักวิเคราะห์เศรษฐกิจชาวจีน ซุน เมิ่งจื่อ จากบริษัทที่ปรึกษาอนาไลซีส ได้ให้มุมมองไว้ว่า “การระบาดของไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ อาจเป็นแรงกระตุ้นให้สังคมจีนและชาวจีนทั้งประเทศ หันมาใช้ชีวิตแบบดิจิทัลมากขึ้นอีก และจะเป็นแรงผลักดันธุรกิจออนไลน์ครั้งใหญ่อีกครั้ง”

บทเรียนที่สอง : เจาะลึกธุรกิจออนไลน์ 3 ประเภท ได้ โอกาสหลังวิกฤต โควิด-19 ไปเต็มๆ

โดยธุรกิจออนไลน์ 3 ประเภท ที่มีการคาดการณ์ว่า จะได้อานิสงส์จากช่วงเวลาที่มีการระบาดของโรค จนหลังจากวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลงก็ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง นั่นคือ
  • การศึกษาออนไลน์
ในช่วงที่เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ขึ้นนี่เอง ที่ทำให้หลายโรงเรียนต้องประกาศหยุดเรียน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และโรงเรียนหลายแห่งทั่วประเทศต้องหันมาพึ่งพาระบบการเรียนการสอนบนแพลตฟอร์มออนไลน์
“ติงทอล์ก” (DingTalk) 钉钉 ของอาลีบาบา เป็นตัวอย่างหนึ่งของโอกาสธุรกิจที่เกิดขึ้นในวิกฤตนี้ เพราะที่ผ่านมามีนักเรียนจีนกว่า 120 ล้านคน ทั่วประเทศได้ล็อคอินเข้ามาใช้แพลตฟอร์มการเรียนนี้ในช่วงที่ต้องหยุดเรียนเพราะการระบาดของไวรัสโควิด-19
โดยทางอาลีบาบาได้ตัดสินใจเพิ่มเซิร์ฟเวอร์กว่า 100,000 เครื่อง เพื่อให้ระบบการเรียนออนไลน์นี้มีเสถียรภาพตลาดช่วงเวลาแห่งวิกฤตนี้
เช่นเดียวกับอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่นักเรียนจีนใช้ในการเข้าถึง การศึกษาออนไลน์ ตลอดช่วงเวลาการระบาดของโรคนี้ คือ “คลาสอิน” (Classin) 在线教室 ซึ่งเป็นของบริษัทอีอีโอ ที่จากเดิมก่อนเกิดวิกฤตนี้มีผู้ใช้งานราว 2 แสนคนต่อวัน แต่เมื่อนักเรียนส่วนใหญ่ต้องหยุดอยู่บ้าน ยอดผู้ใช้งานก็พุ่งสูงถึง 2 ล้านคนต่อวัน

จากผลสำรวจของไอรีเสิร์ชคอนซัลติง กรุ๊ป ระบุว่า ปี 2018 ตลาดการศึกษาออนไลน์ของจีนขยายตัวถึง 25.7 เปอร์เซ็นต์ ตีเป็นมูลค่าได้ถึง 35,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าตลาดการศึกษาออนไลน์ของจีนจะเติบโตเฉลี่ย 16-24 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้าด้วย

  • ธุรกิจส่งสินค้าอุปโภค บริโภค
เดิมผู้คนมักเดินไปซื้อ อาหารสด วัตถุดิบประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ พืชผัก ผลไม้ ด้วยตนเอง ทว่า เมื่อเกิดวิกฤตโรคระบาดขึ้น ก็ต้องกักตัวอยู่ในบ้าน ไม่สามารถออกจากบ้านได้เหมือนเดิม
บวกกับลดการกินอาหารนอกบ้าน เพื่อให้มั่นใจในความสะอาดและความปลอดภัยของอาหารที่ปราศจากเชื้อโรค ผู้คนก็เลือกที่จะซื้อหาวัตถุดิบอาหารมาปรุงรับประทานเองกันมากขึ้น
ทั้งสองปัจจัยนี้ ส่งผลให้แพลตฟอร์มส่งอาหารสด วัตถุดิบทำอาหารทุกประเภท อย่าง “เหม่ยถวน เตี่ยนผิง” (Meituan Dianping) 美团点评 เหม่ยถวน เตี้ยนผิง มียอดผู้สั่งอาหารเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว ในช่วงวันที่ 19 มกราคม ถึง 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

อย่างในประเทศไทยเอง แอปพลิเคชัน สั่งสินค้าอุปโภค บริโภค ออนไลน์ ก็บูมขึ้นมาเช่นกันในช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาดนี้ เช่น Happy Fresh ที่ลูกค้าสามารถกดสั่งออเดอร์สินค้าง่ายๆ ผ่านทางแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน

ทาง Happy Fresh จะควบคุมดูแลทั้งด้านการหยิบสินค้า ณ ร้านค้าที่ต้องการ ผ่านพนักงานเลือกสรรสินค้าที่ถูกฝึกอบรมจนได้รับมาตรฐาน จวบจนบริการจัดส่งสินค้าสู่ผู้บริโภค ในระยะเวลาที่กำหนด
  • แพลตฟอร์มรองรับการทำงานออนไลน์
เมื่ออยู่ในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ธุรกิจต่างๆ ก็ต่างออกนโยบายอนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้ ดังนั้น แพลตฟอร์มต่างๆ ที่รองรับและอำนวยความสะดวกให้การทำงานออนไลน์จากที่บ้านสะดวกขึ้นเหมือนทำงานที่ออฟฟิศ จึงได้รับความนิยมมากในจีน
อย่างล่าสุด เทนเซนต์ ได้เปิดตัว ระบบประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์อันล้ำสมัย “เทนเซนต์ มีตติง” (Tencent Meeting) 腾讯会议 เมื่อปลายปี 2019 ซึ่งพบว่า ระหว่างวันที่ 29 มกราคม ถึง วันที่ 6 กุมภาพันธ์ มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นกว่า 1 แสนบัญชี

นอกจากนั้น ยังมีแอปพลิเคชันทำงานทางไกล อย่าง ติงก์ทอล์ก ที่เปิดให้บริการประชุมทางวิดีโอสตรีมมิง รองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้สูงถึง 300 คน ซึ่งในช่วงวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในจีนที่ผ่านมา มียอดดาวน์โหลดเพิ่มมากขึ้นถึง 356 เปอร์เซ็นต์

แนะ 6 ธุรกิจในไทย เตรียมพร้อม รับโอกาสเติบโตก้าวกระโดด หลังวิกฤตไวรัสโควิด-19 ระบาด คลี่คลายลง

ในบริบทของประเทศไทย ระหว่างที่สถานการณ์การระบาดยังอยู่ในระยะที่ 2 และหลายคนกำลังลุ้นไม่ให้พัฒนาไปถึงระยะที่ 3 สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ ก็ได้เผยแพร่ความรู้ที่เป็นประโยชน์ เพื่อกระตุ้นให้ภาคธุรกิจไทยเตรียมตัวรับโอกาสที่จะเกิดขึ้นภายหลังวิกฤตไวรัสโควิด-19 ระบาด คลี่คลายลง
โดยระบุว่ามีการคาดการณ์ว่าวิกฤตครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นการเติบโตของธุรกิจใหม่ๆ อีกหลายธุรกิจได้เช่นกัน
  • การแพทย์และยา
ภายหลังจากการระบาดของโรคเริ่มคลี่คลายลง คาดเห็นได้ว่า การพัฒนาวัคซีน การทดสอบไวรัส และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทางชีวภาพ จะได้รับความสนใจและการสนับสนุนจากภาครัฐมากขึ้นกว่าที่เคย
เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นวิกฤตครั้งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและชีวิตของคนทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตเป็นวงกว้าง ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้ สปอตไลต์ย่อมฉายมาที่การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์แน่นอน
เพราะนวัตกรรมนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญให้กับหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่จะร่วมมือกันเพื่อคิดค้นยาหรือวัคซีน ไม่ใช่แค่รับมือกับโรคติดเชื้อจาก COVID-19 เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงโรคและไวรัสอุบัติใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตด้วย
  • ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
แม้ว่าที่ผ่านมาเทรนด์รักสุขภาพจะเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้อยู่แล้ว แต่มีการคาดการณ์เช่นกันว่าในอีกไม่ช้าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพจะเติบโตเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นสินค้า ผลิตภัณฑ์อุปโภคและบริโภค ของกินของใช้ เวชภัณฑ์ต่างๆ ฯลฯ จะได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น จากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 นั่นเอง
เพราะต่อไปทุกคนยินดีจับจ่ายใช้สอยเงินจำนวนมากเพื่อแลกกับการดูแลตัวเองรวมไปถึงคนที่พวกเขารัก ให้มีสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ที่ปลอดภัยที่สุด
  • ธุรกิจเครื่องออกกําลังกายและอุปกรณ์กีฬา
เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ต่อยอดมาจากเทรนด์รักสุขภาพ ซึ่งจะมีความเฉพาะตัวมากขึ้น เพราะในอนาคตการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงจะไม่ใช่แค่เทรนด์อีกต่อไป แต่อาจจะเป็นกฏเกณฑ์ที่ทุกคนจะตระหนักและเห็นความสำคัญมากขึ้น
โดยเฉพาะธุรกิจเครื่องออกกําลังกายและอุปกรณ์กีฬาที่สามารถใช้ภายในบ้าน จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันธุรกิจฟิตเนสอาจจะซบเซาลงเพราะผู้คนจะหลีกเลี่ยงการรวมตัวกัน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคต่างๆ นั่นเอง
  • ธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)
ที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้เข้ามามีส่วนในการป้องกันการแพร่กระจายของโรคนี้เป็นอย่างมาก เช่น โรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่น ได้นําหุ่นยนต์ AI เข้ามาทำหน้าที่ในการฆ่าเชื้อโรคแทนเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
นอกจากนี้หลายๆ ประเทศยังใช้ AI ในการตรวจสอบจดจำใบหน้าของประชากรและระบุตําแหน่งของผู้ที่เดินทางเข้าออกจากประเทศและเมืองในกลุ่มเสี่ยงด้วย
ทั้งนี้ เทคโนโลยี AI ยังช่วยให้การคิดค้นวัคซีนมีความรวดเร็วมากขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้น จากวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19 นี่เอง ที่จะให้หลายคนเห็นความสำคัญของ AI และในอนาคตจะมีผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนในธุรกิจนี้มากขึ้นอย่างแน่นอน
  • อีคอมเมิร์ช
ไม่ต่างกับประเทศจีน เพราะไทยเองก็มีขนาดของตลาดอีคอมเมิร์ชใหญ่มากเช่นกัน ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการและร้านค้าที่มีหน้าร้านหากอยากรอดจากสถานการณ์เศรษฐกิจขาลงเช่นนี้ ควรผันตัวมาทำธุรกิจในช่องทางออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซมากขึ้น

เพราะทุกคนต้องยอมรับว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ไม่รู้เลยว่าจะยืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน ทำให้พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนไป จากที่เคยออกมาเดินซื้อของด้วยตัวเอง ก็จะเปลี่ยนเป็นซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นช่องทางที่ผู้ซื้อไม่ต้องเจอผู้ขาย สร้างความรู้สึกสบายใจและปลอดภัยให้ทั้งสองฝ่าย

อีกทั้งในอนาคตจะมีการพัฒนารูปแบบการค้าออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดขั้นตอนที่ต้องใช้คนหรือสัมผัสสิ่งของโดยตรงให้น้อยที่สุด เพื่อป้องกันการติดเชื้อนั่นเอง
  • การศึกษาทางไกล
หลังจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 จบลงเราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดการศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
แม้จะเป็นธุรกิจที่มีมานานแล้ว แต่ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการพัฒนาให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ให้สามารถเทียบเท่าหรือทดแทนการเรียนการสอนภายในห้องเรียน เพื่อรองรับนักเรียน นักศึกษา ให้ยังได้รับความรู้ตามปกติ แม้จะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่สามารถไปโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยได้อย่างในตอนนี้

ที่มา :

SOURCE :www.salika.co